sea. sand. sun. and chocolate

2 วัน 1 คืนที่ Seenspace Hua Hin กับความเก๋ขั้นสุด

กลับมาอีกครั้งกับการไปบุกหัวหิน เมืองริมทะเลขวัญใจมหาชนของคนเวลาน้อยอย่างเราๆ คราวนี้ โจทย์เหมือนเดิมคือมีเวลาแค่เสาร์อาทิตย์แต่อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศซะหน่อย หนีจากกรุงเทพที่มีแต่ถนนสายสีแดงๆ บน Google Map แล้วไปพักสายตายาวๆ จิบค็อกเทลริมหาด ตากแดดอุ่นๆ รับวิตามินดีซะหน่อย ก็หนีไม่พ้นหัวหินนี่ล่ะ

ประจวบเหมาะพอดี๊พอดีกับที่เราได้รับคำเชิญจากทาง Seenspace Hua Hin ให้ไปลองเทสท์รัน (ไปอยู่ก่อนเปิดให้บริการจริง) ที่ Chocolate Box โรงแรมน้องใหม่ของโครงการ แค่ฟังชื่อ เราก็รู้สึกถูกโฉลกกับที่นี่แล้ว ประกอบกับความเชยเบาๆ ที่ยังไม่เคยได้ลองไปเที่ยวเล่นที่ Seenspace เราก็เลยตอบตกลงใจไปในทันที โทรเรียกเดอะแก๊งค์แล้วแพ็คกระเป๋า

"แกๆ เสาร์อาทิตย์นี้ เราจะย้ายบ้านไปอยู่ในกล่องช็อคโกแลตนะ"




CHOCOLATE BOX >>

ตอนเช็คอิน ที่นี่ก็มาพร้อมความประทับใจแรกเลย  มี Welcome Drink เป็นเมนูกาแฟและเครื่องดื่มร้อนเย็นให้เลือกตามใจชอบ เราจัดอเมริกาโน่ 1 แก้วปลุกตัวเองซะหน่อย ส่วนเพื่อนอีก 2 นางเลือกไวท์ช็อคโกแลตเย็น เรียกความสดชื่นก่อนที่จะช่วยกันหอบข้าวของขึ้นไปเก็บบนห้องพัก

แอ๊ดดดด (เสียงประตูเปิด) ป๊ะแรกที่เราได้เจอกันกับ Chocolate Box ก็ต้องอุทานออกมาเลยว่า "โอ้พระเจ้า มันชิคมาก" คิดภาพตอนเปิดประตูห้องเข้าไปแล้วเจอกับความคลีน ความมินิมอลดูสิ ทุกอย่างใหม่มากและขาวมาก เน้นความเรียบง่ายแต่มองไปมุมไหนก็เก๋ ยกกล้องขึ้นมาถ่ายก็ขึ้นกล้องไปอีกแน่ะ ห้องกว้างๆ มีเตียงตั้งอยู่แล้วถัดเข้าไปด้านในก็เป็นอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ขนาดอ่างล้างหน้ายังชิคได้เลย นี่มันงานรสนิยมล้วนๆ





ชื่อ Chocolate Box มาจากประโยคในหนังเรื่อง Forrest Gump ที่ว่า "Life is like a chocolate box" ประมาณว่าเราไม่รู้ว่าจะมีอะไรอยู่ข้างใน พอเปิดออกมาก็เจอแต่ความเซอร์ไพรซ์ ซึ่งตรงกับคอนเซปต์ของที่นี่ตรงที่แต่ละห้องก็จะมีดีเทลการตกแต่งที่แตกต่างกันออกไปอย่างละเล็กอย่างละน้อย





ความเก๋ไปอีกคือห้องที่นี่มีทั้งหมด 3 ไซส์ เริ่มตั้งแต่ White Chocolate (ขนาดของห้องที่เราเข้าพัก) จุได้ 2 คน เหมาะกับคู่เพื่อนซี้หรือคู่รัก ถ้ามากันเป็นก๊วนแต่แบบว่าไม่อยากนอนแยกห้องอ่ะ อยากจะนอนเม้าท์กันถึงเช้า ที่นี่ก็มีห้องพักแบบ 4 คน และ 6 คนให้เลือกด้วย ชื่อประเภทห้องว่า Milk Chocolate และ Dark Chocolate ตามลำดับ ไม่ต้องนอนอัดกัน เพราะเค้ามีให้คนละเตียงเลย

Book a room:
บุ๊คห้องได้ที่ www.enjoychocolatebox.com เริ่มต้นคืนละ 4,400 บาท รวมอาหารเช้า 



ที่พักว่ากันไปแล้ว ต่อไปก็ได้เวลาของการกิน บอกเลยว่าอยู่ที่นี่อุดมสมบูรณ์มากๆ ใครมาพักที่ Chocolate Box ไม่ต้องกลัวว่าระหว่างวันจะต้องนั่งกุมพุงด้วยความหิว ที่นี่เค้ามีร้านอาหาร ร้านขนม และบาร์เยอะแยะมากมาย แต่ที่เราได้ไปชิมและชอบมากๆ (เท่าที่พื้นที่ในกระเพาะจะรับไหว) ก็มี 6 ร้านนี้นี่แหละ ใครไปแวะเที่ยว Seenspace Hua Hin ห้ามพลาดเลยนะเธอ



Space Oddity >>

เริ่มต้นที่คาเฟ่หน้าบ้าน เป็นเหมือนด่านแรกที่ตั้งเอาไว้ต้อนรับทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนโครงการ Space Oddity เป็นทั้งคาเฟ่ให้ทุกคนได้มานั่งเม้าท์หรือทำงานแบบชิลๆ และเป็นที่รับรองแขกของโรงแรมรวมไปถึงที่เสิร์ฟอาหารเช้าด้วย มีทั้งเมนูกาแฟแบบสแตนดาร์ดที่ทุกคาเฟ่มีเสิร์ฟยาวไปจนถึงอาหารจานเดี่ยวที่อร่อยสุดๆ เราได้ชิมแล้วได้ความดังนี้




Chocolate Box American Breakfast ชุดอเมริกันเบรคฟาสต์ที่จัดจานได้น่ารกกว่าที่ไหนๆ ขนมปังปิ้งเจาะเป็นวงกลมแล้วตอกไข่ลงไปทอดเป็นไข่ดาวตรงกลาง เสิร์ฟพร้อมแฮม ไส้กรอก เบคอน จานเดี่ยวอิ่มได้ทั้งครึ่งวัน

Croissant with Egg Benedict เอ้กเบเนดิกต์กับครัวซองต์อบแบบกรอบนอกนุ่มใน ถึงใจเราที่ความเยิ้ม

Fish and Chips ที่นี่ใช้เนื้อปลากระพงนำมาชุบแป้งทอด ทำให้เท็กซ์เจอร์ที่ได้เป็นเนื้อปลาแบบจริงๆ ต่างกับทุกที่ที่ใช้ปลาดอรี่ อร่อยไปอีกแบบ

Beef Stew สตูเนื้อที่อร่อยและหอมหวลสุดๆ เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบดราดซอสเกรวี่ รสชาติเข้ากันดี๊ดี




SUNDANCE LOUNGE >>

มาต่อกันที่จุดแวะชิมที่ 2 ร้านนี้เป็นเรือนกระจกตั้งอยู่ตระหง่านกลางโครงการเลย เหมาะสำหรับสาวๆ สายจิบชา ที่ชอบนั่งละเมียดขนมท่ามกลางบรรยากาศดีๆ เธอจะต้องแพ้แบบยอมให้หมดทุกอย่างกับที่นี่ เพิ่งเปิดเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ Sundance Lounge นี่ล่ะ ทีเด็ด

งานคอนเซปต์ก็ไม่ได้มาทีเล่น เค้าผสมผสานศาสตร์ของการดูไพ่ยิปซีเข้ากับการกินน้ำชา ชาแต่ละรสชาติมีความหมายในตัวเอง และมีกิมมิคของวิธีการเลือกชาที่สนุกขึ้นด้วยการจับไพ่ ได้รสชาติไหนก็ลองสั่งรสชาตินั้นมาลอง เวลาเสิร์ฟชาพี่พนักงานก็จะเดินถือถาดกาน้ำชามาพร้อมกับไพ่ที่อธิบายความหมายของชานั้น พร้อมกับอวยพรก่อนที่เราจะชิมชาในแก้วกัน น่ารักเอาซะมากๆ และเราก็รู้มาว่าใบชาทุกชนิดส่งไปเบลนด์ไกลถึงที่เยอรมันเชียวนะ แค่ได้ดมจากตัว Tester ก็สัมผัสได้ถึงความใส่ใจและขั้นตอนที่พิถีพิถันก่อนจะมาต้มให้เราได้ดื่มกัน





ตัวชาเป็นสูตรเบลนด์พิเศษของที่ร้าน มีอยู่ด้วยกัน 2 สายหลักๆ คือชาสายดอกไม้และชาสายผลไม้ ทุกตัวถูกส่งไปเบลนด์ที่เยอรมันแล้วค่อยอิมพอร์ตกลับมาเสิร์ฟที่นี่ ที่เราชอบมากๆ คือ The Magician ชาผลไม้ออกแนวเบอร์รี่เปรี้ยว ชงร้อนอร่อย ส่วนอีกอันที่ได้สั่งมาลองก็คือ The Sun เบลนด์กับสับปะรด จะออกแนวทรอปิคัล หอมหวานกลิ่นผลไม้อ่อนๆ จิบคู่กับ เค้กมะตูม เพลิดเพลินมากๆ






OASIS >>

บาร์หน้าหาดที่เป็นเหมือนแลนด์มาร์คไฟลท์บังคับว่าใครมา Seenspace แล้วจะต้องแว้บมาถ่ายรูปที่นี่ให้ได้ นอกจากที่นั่งชิลๆ หันหน้าออกริมทะเล มีพี่ดีเจแต่งตัวเก๋ๆ มาเปิดเพลงแนว Tropical House ให้ได้โยกหัวเบาๆ ตามจังหวะไปด้วยแล้ว ที่นี่ก็มีอาหารและเครื่องดื่มเสิร์ฟ ดูเหมือนจะชิลๆ แต่รสชาติเอาเข้าจริงแล้ว แต่ละจาน แต่ละแก้ว เอาเรื่องอยู่!

 





SRETSIS MERMAID BAR >>

สายกุ๊งกิ๊งจะต้องกรีดร้องไปกับความชมพูของบาร์นางเงือกที่นี่ เป็นของแบรนด์เสื้อผ้า Sretsis ที่แบ่งครึ่งร้าน ครึ่งนึงเป็นร้านขายเสื้อผ้า อีกครึ่งเป็นที่นั่งให้สาวๆ ได้มานั่งจิบค็อกเทลและม็อกเทลกัน หน้าตาแต่ละเครื่องดื่มก็มุ้งมิ้งสุดๆ เป็นแนวทิกิบาร์เบาๆ ผสมความฮาวายเอี้ยนเข้ากับบรรยากาศของ Seenspace ได้แบบเข้ากั๊นเข้ากัน ขอใส่อีโมจิหัวใจให้สามดวงเลย




DER >>

เก๋ตั้งแต่ชื่อร้านที่เขียนว่า DER เติมไม้โท อ่านผสมๆ กันก็กลายเป็นคำว่า "เด้อ" นั่นเอง ทายไม่ยากว่าร้านนี้ขายอะไร ก็อาหารอีสานไงล่ะเด้อออออ รสชาตินี่แซ่บได้ใจ ถึงพริกถึงขิงเอาซะมากๆ และหลายเมนูก็เป็นเมนูอีสานที่หายาก ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ชิมไปซู้ดไป แซ่บอีหลีจริง!






ตำไทยไข่เค็ม เมนูง่ายๆ ที่ที่นี่ทำให้ดูชิคมากขึ้นด้วยการฝอยไข่เค็มโรยไว้ด้านบน รสชาติเปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ดตามระดับที่ทนได้ มาครบทุกมิติ

คอหมูย่างน้ำจิ้มแจ่วมะขาม หอมขนาดที่ว่าได้กลิ่นฟื้ดแรกแล้วต่อมน้ำลายเริ่มทำงานทันที คอหมูย่างเนื้อนุ่ม ย่างจนมันนิดๆ ได้ที่ พร้อมน้ำจิ้มแจ่วผสมมะขามจี๊ดๆ แย่งกันกินกับเพื่อนมัน!

อ่อมหมูชะพลูม้วนไข่มะตูม ใครง่วงๆ โดนแกงอ่อมเมนูนี้สักคำ ตื่นแบบตาสว่างพรึ่บเลย กิมมิคอยู่ที่หมูสับห่อใบชะพลูม้วนเป็นก้อนกลมๆ และไข่นกกระทาลวกจนเยิ้ม กินไปสูดกลิ่นเครื่องแกงและเครื่องเทศหอมๆ ไป เข้มข้นถึงใจเรามาก

ตำลาวกุ้งเผาหมึกยัดไส้ แค่ชื่อเมนูก็การันตีความครบเครื่องทะเลในจานนี้แล้ว ทั้งกุ้งเผา ปลาหมึกยัดไส้ แถมน้ำปลาร้าที่มั่นใจได้ในความถูกสุขอนามัย แซ่บอีหลี




TANYA's >>

มาถึงร้านสุดท้ายแต่ไม่ได้น้อยหน้าเรื่องความบรรจงในการปรุงอาหารและรสชาติอาหารไทยตำรับไทยแท้ๆ เราได้คุยกับพี่ต่ายเจ้าของร้านแล้วก็รู้สึกได้ถึงความรักในการทำอาหารจริงๆ ของแก เป็นการส่งทอดสูตรแบบรุ่นต่อรุ่นและเน้นการใช้วัตถุดิบที่เป็นของไทย พืชผักก็ออร์แกนิค และเมนูที่หากินยากๆ อย่างพวกน้ำพริกที่กินแกล้มกับดอกไม้ ไม่ใช่แค่สวยแต่อร่อยมากๆ เราขอแนะนำให้มาลองด้วยตัวเอง






น้ำพริกมะขามและหมูอินทรีย์แดดเดียว จานนี้อร่อยหนักกับรสชาติที่กลมกล่อม เปรี้ยว หวานนิดๆ เค็มๆ เผ็ดหน่อยๆ (เหมาะสำหรับคนไม่ชอบทานเผ็ดมาก) ป้ายน้ำพริกลงบนดอกไม้ ได้รสชาติที่แปลกใหม่ที่เข้ากันได้ดีมากๆ ที่เราชอบคือดอกอัญชัน ออกขมนิดนึงแต่มันหน่อยๆ มันดีมาก

แกงรัญจวนหมู เป็นแกงที่รสชาติคล้ายต้มแซ่บแต่ใส่กะปิเข้าไปเพิ่มความนัว ซดพร้อมข้าวสวยร้อนๆ นะ ชามนี้เริ่ด!

ข้าวผัดน้ำพริกกากหมู แค่ได้เห็นรูปก็ต้องกลืนน้ำลายอึกๆ แล้ว พอได้ชิมแล้วก็ต้องตกหลุมรักเมนูนี้ มันครบรสมากๆ ทานคู่กับไข่ต้มยางมะตูมเพิ่มความมัน แป๊บเดียวหมดจาน

ไอศครีมมะตูม เป็นเมนูพิเศษที่มีเสิร์ฟช่วงที่เราไปพอดี หวานๆ มันๆ สดชื่น เสิร์ฟพร้อมผลไม้อบแห้งและทองม้วนป่นให้ได้เคี้ยวกรุบๆ อร่อยชื่นใจ!




2 วัน 1 คืนที่มีแต่อาหารอร่อย ที่นอนสวยและสบาย มันผ่านไปเร๊วววเร็ว ยังไม่ทันได้กลับก็ต้องโทรไปชวนแม่แล้วว่าถ้ามีเวลาว่างจะพามาเที่ยวบ้าง ยังไงเราคงได้เจอกันอีกหลายๆ ครั้งนะ Seenspace Hua Hin...Chocolate Box ก็เช่นกัน!

รายละเอียดเพิ่มเติม เข้าไปเช็คได้ที่ https://facebook.com/seenspacehuahin และ https://facebook.com/enjoychocolatebox



–Traverlerspulse


10 จุดเช็คอิน “ไต้หวัน” ถ่ายรูปสวยที่ไม่ควรพลาด

Next Project

See More