#travelerspulsestay

MOROCCAN DREAM
AT MARRAKESH

2 วัน 1 คืนที่ Marrakesh รีสอร์ทสไตล์โมรอคโคใจกลางหัวหิน

วันหยุดสั้นๆ ปลายเดือนที่ผ่านมา เรามีความเบื่อวิวตึกสูงในกรุงเทพ เบื่อความรถติดที่ต้องเจอทุกเช้า เลยขอเปลี่ยนบรรยากาศเล็กๆ หนีออกจากกรุงไปพึ่งน้ำทะเล นอนผึ่งแดดกันให้ผิวแทนจนสะใจไปเลย แต่ครั้งนี้อยากลองไปอยู่โรงแรมที่มีคอนเซปท์เก๋ๆ และไม่เหมือนใคร ได้ยินชื่อของ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa บูธิครีสอร์ทสไตล์โมรอคโคที่อยู่ใจกลางเมืองหัวหินมาตั้งนานละ เราเลยขอถือเอาวันว่างเล็กๆ ของเรา ย้ายสำมะโนครัวไปพักผ่อนหย่อนกายาที่นี่สักคืน จะเริ่ดยังไงเราขอมารีวิวให้ได้อ่านกัน

Our latest short escape from stressful week and never-ending streams of work was well spent in Hua Hin, a seaside city in the central region of Thailand, and since this is not our first time but rather more than the fifth, we aimed for an interesting hotel to stay and picked it out from the wish list. Marrakesh Hua Hin Resort & Spa is the final choice we all agreed on. For its unique Moroccan style and great review we have heard from our friends, this is the place to be!



THE Entrance >

แค่วนรถเข้ามาตรงโถงทางเข้าของตัวรีสอร์ท เราก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอุ่นๆ ของความเป็นโมรอคโคแล้ว ซุ้มประตูโค้งที่ตีสูงไปถึงเพดาน น้ำพุลอยด้วยดอกไม้ กำแพงสีส้ม และพื้นกระเบื้องโมเสก ชะแว้บนึงเราหลงไปนิดๆ ว่า เห้ย นี่เรายังอยู่ในตัวเมืองหัวหินจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย อินกับความเป็น Marrakesh ที่เหมือนจริงสุดๆ ไปซะแล้ว!

The first glance at the resort made us questioning ourselves whether we were still in Hua Hin or not. The arched door, orange painted wall with touches of glittery mosaics and the fountain resemble what can be found in the real city of Marrakesh. Every bit of the detail is flawless.




THE LOBBY >

อินไปมากกว่าเดิมที่โถงลอบบี้นี่แหละ ที่นี่เป็นจุดที่ทุกคนจะต้องมานั่งโพสท่าเชิดๆ ถ่ายรูปเสมือนว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงแห่งดินแดนอาหรับ ฮ่าๆ แต่ทุกอย่างรอบๆ คือสวยจริงๆ เราปลื้มใจตั้งแต่เห็นพื้นกระเบื้องขัดเงาแล้ว การตกแต่งอื่นๆ อย่างผ้าม่านที่ห้อยระย้าจากประตู หมอนปัก ที่นั่งโซฟาครึ่งวงกลม ผ้าคลุมโต๊ะ หรือดีเทลเล็กๆ น้อยๆ อย่างตุ๊กตาอูฐทำให้เราเชื่อแบบหมดใจว่านี่คือโมรอคโค หลายๆ อย่างก็นำเข้ามาจากที่นั่นจริงๆ ด้วยนะ นั่งเพลิดเพลินกับดีไซน์การตกแต่งไป เราก็จิบน้ำผลไม้ที่พี่ๆ พนักงานนำมาต้อนรับและเช็คอินให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปสำรวจส่วนอื่นๆ ของตัวรีสอร์ทกัน

A more fascinating part awaits at the lobby. It is the place where you will see on any guest's Instagram post. I mean, who can resist a nice photo at this flawless sculpted hallway! The polished tiles, huge curtains hanging from the vaults, half-moon shaped sofa or even the tiniest detail like camel little statue on the wooden table make everything look so real as if we are visiting a palace somewhere in the Arabian land!






MOROCCAN LUNCH >

กิจกรรมแรกที่เกิดขึ้นหนีไม่พ้นการกิน กิน และกิน ที่ห้องอาหาร Al Hamra เสิร์ฟเมนูสไตล์ฟิวชั่น ทั้งอาหารฝรั่ง อาหารไทย และอาหารตำรับโมรอคแคนที่เป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ด้วย แต่มาถึง Marrakesh ทั้งที จะให้ชิมเมนูธรรมดาๆ ได้ยังไง เราขอลองอะไรที่เป็นสูตรพิเศษอย่างเช่น

ผัดไทยปูนิ่ม  จานนี้อร่อยเด็ด รสชาติแบบไทยๆ แต่ก็แปลกใหม่ด้วยวัตถุดิบที่ไม่เหมือนที่ไหน เพราะใช้ปูนิ่มชิ้นโตทอดกรอบที่ทานแล้วกรอบนิ่มจนแทบละลายในปากแทนกุ้งสด และห่อด้วยสาหร่ายทอดกรอบแผ่นโตแทนไข่
Couscous Salad – สลัดข้าวคูสคูส (ข้าวสไตล์โมรอคโค เท็กซ์เจอร์จะออกร่วนๆ) พร้อมผักย่าง พริกหยวก มะเขือ ซูกินี มะเขือเทศและเฟต้าชีส ราดด้วยเดรสซิ่งผสมกับน้ำมันมะกอก จานนี้เฮลธ์ตี้มาก
Salmon Oasis – แซลมอนหมักด้วยเครื่องเทศราดด้วยสตูว์ตำรับโมรอคโค เสิร์ฟพร้อมผักโขมตุ๋นและข้าวคูสคูส หอมกลิ่นเครื่องแกงกำลังดี
Moroccan Lamb Tagine – เข้มข้นมากขึ้นกับเนื้อแกะตุ๋นเครื่องแกงสไตล์โมรอคโค เนื้อนุ่มๆ ทานกับข้าวคูสคูส เข้ากันที่สุด




What can be more perfect to start the day with than having a delicious cuisine for lunch! At Al Hamra, the main restaurant of the hotel, you can find a long list of delicacies composing of both Thai and international fusion dishes along with a few signature Moroccan menu. Here are the goodies we have tasted and fallen in love with:

Pad Thai Pu Nim – Thai style stir-fried rice noodles with soft shell crab and tamarind sauce. We found this dish a contemporary version of Pad Thai comparing to its typical ingredient like river prawn, yet somehow soft shell crab is absolutely a great combination!
Couscous Salad – Moroccan style salad with couscous, grilled pepper, eggplants, zucchini, tomatoes and feta cheese
Salmon Oasis – Another signature dish in Moroccan style. Grilled salmon topped with curry, served with spinach ragout and couscous
Moroccan Lamb Tagine – Spice lover would totally fall deep for this menu. Moroccan stew with lamb served with butter couscous





COCKTAIL

หนักท้องกับอาหารแล้วต้องเติมความสดชื่นด้วยซิกเนเจอร์ค็อกเทล สองแก้วนี้ที่เราปลื้มมากๆ Marrakesh Dream และ Prince of Persia ออกแนวฟรุตตี้ผสมความเป็นทรอปิคอลนิดๆ ชื่นใจมากๆ

Cocktails here are something not to be missed. We picked two glasses to accompany our lunch. Marrakesh Dream and Prince of Persia, fruity and tropical style, helped refreshing up the day.




DESSERTS

ปิดท้ายมื้อกลางวันด้วยขนมหวาน ขอบอกเลยว่าที่นี่ไม่ธรรมดา เรื่องความสร้างสรรค์และรสชาติที่แปลกใหม่ต้องยกให้เค้าเลยจริงๆ ที่เห็นอยู่บนสองจานนี้คือกาน้ำชาและถ้วยที่ทำจากไวท์ช็อคโกแลตทั้งหมด ทานได้ทั้งอัน ส่วนความแตกต่างของสองเมนูก็คือจานสีแดงเป็นช็อคโกแลตฟรุ๊ตกาโตว์ ด้านในกาน้ำเป็นฟรุ๊ตสลัดราดด้วยน้ำเชื่อมผสมเหล้า ส่วนจานสีฟ้ามีชื่อว่า Lemon Rock Salt ตัวเค้กที่อยู่ด้านนอกทำจากอะโวคาโด แต่เก๋ตรงที่เชฟผสมความเผ็ดของพริกสด ความเปรี้ยวของเปลือกมะนาว และความเค็มของเกลือทะเลที่ผสมอยู่ในถั่วแมคคาเดเมียเข้าไปด้วย ทำให้รสชาติไม่เหมือนที่ไหนที่เคยชิมมาก่อนจริงๆ เพราะปกติแล้วขนมทั่วไปก็จะหวานอยู่แค่มิติเดียวเลย แต่ที่ Marrakesh นี่แหละที่แรกเลย ที่เราได้ชิมของหวานที่ทั้งเปรี้ยว เผ็ด เค็มอยู่ในชิ้นเดียวกัน สไตล์อาหารฟิวชั่น คอนเซปต์ถนัดของที่นี่เลยนะ

Ending our lunch gracefully with an army of desserts, if you're looking for something new, the restaurant has these 2 terrific creations to offer. Firstly, the teapot and teacup that are placed on the tray are entirely made of white chocolate, so they are all edible. Secondly, the ingredients are somewhat experimental. The red dish is chocolate fruit gateaux served with fruit salad marinated with brandy syrup. The green cylinder-shaped cake on the other tray is made of avocado mixed with fresh chili, lime peels and macadamia nuts with a pinch of sea salt. Not just the presentation but the taste of these two menus is somewhat eye opening.





THE SUITE >

มาดูตัวห้องพักกันบ้าง ที่ Marrakesh มีประเภทห้องพักทั้งหมด 4 รูปแบบ โดยที่นี่จะเป็นห้องสวีท หรือห้องสูททั้งหมด 76 ห้อง แบ่งออกเป็น 3 ตึกด้วยกัน ตกแต่งด้วยสองโทนสีหลักคือฟ้ากับแดง ความเริ่ดคือทุกห้องมาพร้อมอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่พิเศษที่ออกแบบไว้สำหรับคู่รักเอาไว้สำหรับแช่ตัวชิลๆ แบบส่วนตัว พื้นที่ห้องก็กว้างมากๆ แถมการตกแต่งก็สวยไปหมดซะทุกมุมจริงๆ ว่าแล้วตามมาดูที่นอนของเราประจำคืนนี้ดีกว่ากับห้องแบบ Oceanfront Suite Garden View มองออกไปเห็นสระว่ายน้ำพอดี มันก็จะสวยๆ แบบนี่เแหละ

Marrakesh offers 4 types of suite with the total number of 76 suites, divided into 3 buildings. What you will get in any room type is the private jacuzzi tub that overlooks a beautiful scenery. The space inside the room is generously huge, and the decoration is just flawless. Let's take a look at our room for the night: Oceanfront Suite Garden View.



JACUZZI TUB

อ่างจากุซซี่สำหรับลงไปแช่พร้อมกันได้สองคนตั้งอยู่ที่ระเบียงด้านนอก มีเตียงโซฟาให้นอนเล่นได้ด้วยนะ ส่วนเครื่องประทินโฉม มีเกลือโปรยน้ำให้เลือกทั้งหมด 3 กลิ่นด้วย แช่ไปมองวิวสระน้ำไป เห็นทะเลแบบไกลลิบๆ ไป สบายใจดีเนาะ

A big jacuzzi tub for two comes with 3 different scents of bath salt. While soaking in the aromatic warm bath, you can also enjoy the view of the swimming pool, or further than that, the sea.




BEDROOM

ห้องนอนสุดโอ่โถง พร้อมเตียงคิงไซส์นุ่มสบายและโซฟาสำหรับนั่งๆ นอนๆ ดูทีวีเล่นๆ ได้ สิ่งอำนวยความสะดวกก็มีครบครัน ทั้งทีวี เครื่องเสียง กาต้มน้ำร้อน ตู้เซฟ มีชา กาแฟ และน้ำดื่มให้ฟรี แถมบริการก็เตรียมสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมงด้วย

The master bedroom comes with a king-size most comfortable bed and a sofa in front of an LCD TV screen. Full amenities are provided, and the service is on stand by 24 hours.




BATHROOM

ที่ใหญ่และกว้างไม่แพ้กันก็คือตัวห้องน้ำนี่แหละ แบ่งครึ่งๆ เป็นโซนแห้งและโซนเปียก ที่เราชอบมากๆ นอกเหนือไปจากกระเบื้องโมเสกสีน้ำเงินเหลือบมุกก็คืออ่างล้างหน้าคู่สำหรับเอาไว้ใช้แยกกัน และเซตสบู่กับแชมพูของแบรนด์ Ferragamo นี่เลย พรีเมียมสุดๆ

Another big part of the suite is spared for its bathroom. The area is split between dry and wet zone, coming with rain shower, double basins, mermaidy blue mosaic tiles and Salvatore Ferragamo's amenity set!





THE POOL >

สระว่ายน้ำแบบ Infinity Pool ใจกลางรีสอร์ทหันหน้าเข้าหาทะเล ที่ออกแบบให้คล้ายกับเป็นโอเอซิสแดนสวรรค์กลางทะเลทราย จะว่ายแบบออกกำลังกายจริงจังก็ได้เพราะความยาวนี่ประมาณสระโอลิมปิกเลย หรือจะเดินไปพักชมวิวทะเลสวยๆ ที่ปลายสระก็ดี จะสวยมากๆ ช่วงพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ท้องฟ้านี่กลายเป็นสีส้มๆ ชมพูๆ เลยแหละ

The oasis-like infinity pool facing the sea is one of the spots for chillaxing. The most recommended time to come and take a dip here is during sunset. The view is pure beauty.




Afternoon Tea >

เล่นน้ำเสร็จท้องก็เริ่มส่งเสียงโครกคราก ขอเติมพลังรองท้องก่อนจัดหนักมื้อเย็นซะหน่อยด้วย Afternoon Tea ริมสระ เซตนี้ราคา 550 บาท++ แต่กินกันสองคนคืออิ่มท้องเลย มีทั้งของคาวและของหวาน แต่ที่โดนใจสุดๆ ก็คือค็อกเทลกุ้งคำโตกับชีสเค้กมะม่วงแบบพอดีคำนี่แหละ จิบกับชา Moroccan Tea หอมกลิ่นมิ้นท์อ่อนๆ เข้ากันได้แบบพอดีเป๊ะ

A short break between pool time and our dinner was spent by the pool side with this marvellous afternoon tea set. Three trays are occupied with both savoury and sweet bites. In accompany with Moroccan peppermint tea, this set will help you refresh the afternoon spent outside in the sun.






THE SPA >

มาถึง Marrakesh แล้วจะพลาดสปาที่นี่ไปไม่ได้เลย เพราะขนาดบล็อกเกอร์ต่างประเทศยังยกให้ Noora Spa เป็น 1 ใน 5 สปาที่ดีที่สุดในประเทศไทยเลยนะ ความพิเศษของที่นี่คือโปรแกรมนวดอโรม่าที่ใช้น้ำมัน Argan Oil บริสุทธิ์ 100% ซึ่งนางคือหนึ่งในน้ำมันมหัศจรรย์ในวงการบิวตี้ที่ราคาแพงที่สุดในโลก! ขนาดคนยุโรปยังขนานชื่อให้เป็น Liquid Gold แปลได้ประมาณว่าน้ำมันที่มีมูลค่าเหมือนเป็นทองคำ มีวิตามินอีสูงสุดๆ (สูงกว่าน้ำมันมะกอกที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีวิตามินอีสูงที่สุดแล้วถึง 3 เท่าเชียวนะ) และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ และกรดไขมันจำเป็นต่างๆ ช่วยลดเลือนริ้วรอย ให้ผิวกลับไปเด้งดึ๋งเหมือนเด็กน้อยอีกครั้ง เป็นวัตถุดิบหายากที่ต้องนำเข้าจากประเทศโมรอคโคลูกเดียวเลย เพราะต้นอาร์แกนนี้ปลูกขึ้นที่โมรอคโคที่เดียวเท่านั้น โฆษณากันมาถึงขนาดนี้ละ เราก็ต้องขอลองความดีงามด้วยตัวเองซะหน่อย

Noora Spa should go on your to-do list if you are here at Marrakesh. It is ranked as one of the best five spas in Thailand by international travel bloggers, and the specialty that makes Noora a never-before spa experience is its precious ingredient of imported Moroccan argan oil–the most expensive type of essential oil in the world–applied in the therapy. Not only its amazing value in the market, argan oil is also given the nickname of "liquid gold" for its amazing properties; a rich source of vitamin E helps rejuvenate the skin and also acts as anti-aging agent. The result is youthful skin that we could not resist our curiosities to have a go on it!




แพ็คเกจที่เราได้ลองก็คือ Organic Argan Oil Therapy ซึ่งขั้นตอนการปรนนิบัติผิวที่สเต็ปของเค้าได้รับแรงบันดาลใจมาจาก "ฮัมมัม" หรือวิธีอาบน้ำโบราณของโมรอคโค กับสองชั่วโมงที่สบายสุดๆ เริ่มจากแช่ตัวในอ่างน้ำนมเพื่อเตรียมผิว เปิดรูขุมขนให้พร้อม ตามด้วยสเต็ปสครับผิวด้วย Black Soap หรือสบู่ดำจากโมรอคโค ซึ่งนางไม่ได้เป็นสบู่ก้อนแบบทั่วๆ ไปนะ แต่เป็นสบู่เนื้อเจลสีดำทำจากน้ำมันมะกอกผสมยูคาลิปตัส ช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกได้ง่ายกว่าสบู่ทั่วไป ขั้นตอนนี้เลยเป็นการทำความสะอาดผิวที่สะอาดล้ำลึกมากๆ ต่อด้วยการพอกผิวด้วยโคลนภูเขาไฟ Ghassoul จากเทือกเขาแอทลาสในประเทศโมร็อกโก เป็นดินโมเลกุลพิเศษที่ช่วยดูดซับสิ่งสกปรกจากรูขุมขนได้ลึกสุดๆ ทำให้ผิวนุ่ม ออร่าวิ้งเลย ปิดท้ายด้วยการนวดอโรมาด้วยน้ำมันที่ผสม Argan Oil บริสุทธิ์ ซึ่งในหัวหินมีเพียงที่ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ออกมาจากสปาปุ๊บ ผิวผ่องแบบรู้สึกได้เลยจริงๆ

Our choice of treatment is the therapy called, "Moroccan Hammam Spa with Finest Argan Oil". It is a 2-hour program inspired by Hammam, the Moroccan ritual bath back in the days. The goal is to recharge the body and resort the mind to a peaceful stage. Starting with the milky bath in order to prepare the skin, Black Soap (gel-like eucalyptus scented and olive oil based soap) is applied for scrubbing and exfoliating the skin. The third step is masking with Ghassoul clay–a special type of volcano clay from the Atlas mountains in Morocco that helps detoxifying the skin and is known for its deep cleansing ability. Wrapping up with the organic argan oil massage, each step was gently completed by a professional masseuse, and the result is a perfectly radiant skin. Available only at Marrakesh Hua Hin Resort & Spa!




DINNER BY THE BEACH >

พอท้องฟ้าเริ่มคล้อยๆ แล้ว เราก็มูฟตัวเองกันออกมาที่โซนบีนแบ๊กริมทะเล ที่นี่เป็นทั้งที่นั่งทานอาหารเย็นและบาร์สำหรับคนที่อยากจะดื่มพร้อมซึมซับบรรยากาศสบายๆ ไปในเวลาเดียวกัน มีทั้งเมนูอาหารแบบจัดหนักจัดเต็ม ของทานเล่น และค็อกเทลแสนอร่อยบริการ ระดับความเพลินคือ 10/10 เลย

Getting close to dawn, we moved from spa to relax ourselves by the beach. This is where you will see people sitting (or maybe rolling) on the bean bags looking out to the edge of the sea. Here, they serve both proper food for dinner and delicious cocktails, but definitely, it is a great spot to end up this beautiful day!






FOOD

Two Toppings Marrakesh Pizza – เปิดมื้อด้วยจานที่พี่ๆ สต๊าฟแนะนำอย่างแรงว่าต้องชิมเพราะเป็นจานโปรดของแขกส่วนมากที่มาทานอาหารที่นี่ นางคือพิซซ่าแบบโฮมเมดหน้าพาร์มาแฮมและซีฟู้ด ชีสยืดๆ แถมโรยด้วยผักสลัดร็อคเก๊ตอีก เราชอบมาก
พล่าหอยเชลล์ฮอกไกโด – แซ่บๆ ซะนิดด้วยพล่าหอยเชลล์อิมพอร์ตจากฮอกไกโด เปรี้ยวๆ เค็มๆ หวานๆ เผ็ดนิดนึงกำลังดี ที่ฟินคือขนาดของหอย ตัวใหญ่มาก
เมี่ยงทูน่า – ปลาทูน่าชิ้นโตๆ ห่อด้วยใบชะพลู สาดสมุนไพรทั้งตะไคร้ ขิง หอมแดง มะนาว และพริกไปเต็มๆ และน้ำซอสที่เข้มข้นสุดๆ ฟินระเบิด
ข้าวผัดทะเลหัวหิน – รสชาติเค็มๆ หวานนิดๆ คล้ายกับเส้นหมี่ผัดซีอิ๊วแต่เป็นข้าวผัดที่ใส่เครื่องทะเลแบบจัดเต็ม
โรตีกรอบ – ของหวานหนึ่งเดียวที่ขโมยใจเราสุดๆ โรตีกรอบที่บางเฉียบแบบกำลังเคี้ยวเพลิน จิ้มกับซอสครีมนมข้นหวานหรือซอสสตรอเบอร์รี่ก็อร่อย

Two Toppings Marrakesh Pizza – A recommended menu by the hotel staffs. It's a homemade style pizza with Parma ham, seafood, loads of cheese and rocket salad
Grilled Hokkaido Scallop Spicy Salad – Thai-style spicy salad with the chubby scallops imported from Hokkaido. The dressing is the king of this dish, mixing the sweet and sour at the perfect point.
Savory Tuna Leaf Wrap – 
A big piece of tuna wrapped with leaf, spiced up with several kinds of herb and sweet and sour sauce
Khao Pad Hua Hin – Another Thai local dish. Simply a fried rice with sweet soy sauce and blast of seafood ingredients
Crispy Roti – Thin pieces of crispy roti dipping in condensed milk cream or strawberry sauce. Irresistible! 





Cocktail

อยู่ริมชายหาดจะขาดค็อกเทลก็กระไรอยู่ เราขอแนะนำแก้วนี้เลย Djinn เสิร์ฟในเซตกาน้ำชาแบบโมรอคโค ส่วนตัวค็อกเทลเป็นแบบฟรุตตี้ หอมน้ำผลไม้ ไม่แรงจนเกินไป จิบไปพร้อมกับอาหาร อร่อยเข้ากันดี๊ดี

Beachside and cocktail are always something compatible. Djinn, served in Moroccan style tea utensil, is a fruity cocktail with the note of peach, lychee, pineapple and lime. A perfect pair to sip with the meal.



BREAKFAST > 

นอนตีพุงหนึ่งคืน ตื่นมาก็เช้าซะละ ท้องไส้เริ่มส่งเสียงเรียกร้องอาหาร เราเลยเดินลงมาทานเบรคฟาสต์กันที่ห้องอาหาร Al Hamra เจ้าเก่าเจ้าเดิม เปิดไลน์บุฟเฟ่ต์ตั้งแต่ 06.30 น. จนถึง 10.00 น. ส่วนความหลากหลายของอาหารก็ตระการตาสุดๆ มีตั้งแต่สไตล์อเมริกันเบรคฟาสต์อย่างพวกเมนูไข่ที่รีเควสท์ได้ทุกรูปแบบ เบคอน ไส้กรอก ขนมปังมากหน้าหลายตาให้เลือก ไปจนถึงเมนูอาหารไทย อาหารจีน หรือจานระดับแอดวานซ์อย่างปาท่องโก๋ที่นวดแป้งปั้นแป้งกันสดๆ น้ำเต้าหู้ และไข่กระทะ

Waking up fully charged, the following morning we were driven by the growling sound of our stomachs. Breakfast is definitely a first thing first before checking out. At Al Hamra, we were fascinated by a vast selection of food ranging from traditional breakfast style, egg station, Asian dishes, international pick to pan-fried egg and freshly made deep fried dough sticks.







2 วัน 1 คืนในดินแดนโมรอคโคใจกลางหัวหินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ที่น่าประทับใจนอกจากที่นอนแสนสบาย ห้องพักสวยๆ อาหารอร่อยๆ และสปาสุดเลิศคือการบริการของที่นี่ที่เต็มที่สุดๆ ของที่นี่ การันตีด้วย 5 ปีของ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa ที่มีทั้งแขกจากในประเทศและต่างประเทศแวะเวียนกันมาสัมผัสเสน่ห์ของรีสอร์ทแห่งนี้แบบไม่ขาดสาย รายละเอียดเพิ่มเติมเช็คได้ที่ www.marrakeshresortandspa.com หรือติดตามอัพเดทได้ที่ www.facebook.com/marrakeshresortandspa รับรองว่าจะต้องตกหลุมรักสไตล์ที่ไม่เหมือนใครของที่นี่!

Our short stay at Marrakesh ended within a snap, but 2 days and 1 night here made us feel like we were spending time in heaven. Good food, beautiful surroundings, the unexpectedly great treatment at the spa, and above of all, the most friendly service truly win our hearts. Come experience the charm of Marrakesh Hua Hin Resort & Spa and you will surely fall in love with this beauty in Hua Hin.

For more information, please visit www.marrakeshresortandspa.com or www.facebook.com/marrakeshresortandspa



–Travelerspulse


ตะลุย AIRBUS บริษัทผลิตเครื่องบินระดับโลกในเมืองตูลูส และภารกิจรับ A350 ลำใหม่กลับบ้าน!

Next Project

See More