The Scandinavian Winter : Stockholm

อากาศ -15 กับสต็อกโฮล์มใต้ผ้าห่มหิมะ

"สแกนดินีเวียในหน้าหนาว" ใครว่าเที่ยวไม่ได้ ?

เราได้รับโทรศัพท์ครั้งนี้จากพี่ ๆ การบินไทยพร้อมกับคำเชิญให้ไปออกทริปเที่ยวสแกนดิเนเวียด้วยกัน 7 วัน คอนดิชั่นอย่างเดียวที่ต้องตกลงกันก่อนคือไปช่วงหน้าหนาวนะ หนาวแบบเห็นทุกอย่างเคลือบด้วยหิมะ หนาวชนิดที่ว่าแค่ได้เห็นตัวเลขบอกอุณหภูมิของอากาศแล้วก็ขนลุกขึ้นมาได้ทันทีเลย แต่ก็ตามเคยที่ทุกอุปสรรคจะต้องยอมแพ้ให้กับความอยากเที่ยวของเรา..

หลังจากปรึกษากับหัวหน้าแล้ว เราก็โทรกลับไปตกปากรับคำว่า "หนูไปค่ะ"
สละวันลารวดเดียว 5 วันรัวแล้วหอบเสื้อกันหนาวที่มีทุกตัวในบ้านไปตะลุยสแกนดิเนเวียกับการบินไทย

และ 7 วันใน 3 ประเทศของทริปนี้ก็เริ่มต้นขึ้นที่นี่...


For a tropical girl like me, Scandinavia during the coldest winter sounds like something almost impossible. Fluffy snow isn't really my thing, so every time my family and I plan to go to visit Europe, it's always in the summer.

Despite of everything I mentioned earlier, this time is very special because Travelerspulse and I got invited to fly over to Scandinavia by Thai Airways, and I'm totally not a party pooper. So, here it is : my first time in the coldest environment ever!

7 days in 3 countries of Scandinavia looks something just like this...



จุดเริ่มต้นของทริปคือที่เคาท์เตอร์การบินไทยในสุวรรณภูมิ ส่วนจุดหมายแรกที่เราจะเดินทางไปถึงก็คือเมืองสต็อกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดนนั่นเอง

Our first destination of this whole journey was pinned at Stockholm, Sweden, and at Thai Airways check-in counter in Suvarnabhumi Airport is where it all started




เช็กอินเสร็จปั๊บ เราก็ตรวจสอบรายละเอียดไฟลท์ทุกอย่างอีกทีผ่านบนแอพพลิเคชั่น Thai Airways ขอบอกเลยว่าสะดวกมาก ๆ เพราะไม่ว่าจะจองตั๋วเครื่องบิน จัดการบุคกิ้ง เช็กอินออนไลน์ หรือแม้กระทั่งการซื้อบริการเสริมต่าง ๆ เช่น ประกันการเดินทาง, น้ำหนักกระเป๋าเพิ่มเติม หรือเรียกรถลิมูซีนของ Black Tie ก็สามารถทำทุกอย่างในแอพนี้ได้ครบเลย!

We finished our check in, and dropped our baggage off. Before getting on the plane, just to make sure everything is right on the track, we double checked flight detail and its status once again on Thai Airways application. It's so handy that you can either manage your booking, do online check in, or even buy plane tickets for the next trip here!



12.45 a.m. / 21.01.2019

การเดินทางเริ่มขึ้นแล้ว เราเดินทางไปในชั้นธุรกิจของการบินไทย กับเครื่อง Boeing 777 จากกรุงเทพไปถึงสต็อกโฮล์มก็ใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมงครึ่งได้

ขึ้นเครื่องมาปุ๊บ สิ่งแรกที่ทำเลยคือการกดปรับเบาะให้เป็นเตียงเตรียมนอน มันมหัศจรรย์ตรงที่เบาะสามารถเอนได้ 180 องศาเลย หลับปุ๋ยตลอดไฟลท์ได้สบาย ส่วนใครที่ยังไม่ง่วงก็นอนเล่นดูหนังได้ in-flight entertainment ขนทั้งหนัง ทั้งซีรีส์มาตรึม



Our journey officially began when everyone hopped on the plane. This time we traveled with Boeing 777 in the most comfortable business class, and the flight duration was 11 hours 30 minutes from Bangkok to Stockholm.

The first thing done when I got to the seat was to test its function. The perks of flying in business class is always the nicer food you get and the adjustable seat. I pushed the button to lay myself 180-agree flat, and now it's the time to recharge for a bit...before the real journey begins!



ชา English Breakfast กับเฟอเรโร่ รอชเชอร์ก่อนนอน กับเซตอาหารเช้าที่มาแบบจัดเต็ม ทั้งเอกเบเนดิกต์ ทั้งเพสตรี้ ผลไม้ และโยเกิร์ตกราโนล่าราดแยมราสพ์เบอร์รี่ เป็นการเริ่มต้นวันบนเครื่องที่ #สบายต่างกัน และเอร็ดอร่อยมากทุกคำ ต้องขอขอบคุณพี่ ๆ การบินไทยทุกคน โดยเฉพาะพี่ไก่-พรศรี โชติวิท Station Manager ประจำประเทศสวีเดน ฟินแลนด์ และเอสโตเนีย และพี่ด้ายจากการบินไทย ที่คอยดูแลพวกเราตลอดทริปด้วยนะคะ :)

A sip of English Breakfast and another bite of Ferrero Rocher before bed. Waking up to this marvelous breakfast set with egg benedicts, awesome selection of pastries and granola with yoghurt, it was such a great beginning of a new day on the plane! Huge thanks to P'Kai Pornsri Chotiwit and P'Dai from Thai Airways!




WELCOME TO MY HOMETOWN
– Stockholm Arlanda Airport



มารู้จักกับ 'สต็อกโฮล์ม' ก่อนออกเที่ยวซะนิด : )



ที่นี่คือเมืองหลวงของประเทศสวีเดนที่อยู่ค่อนไปทางใต้และอยู่บนซีกขวาของประเทศ สต็อกโฮล์มเป็นเมืองที่พาดอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ต่อ ๆ กันถึง 14 เกาะ และละแวกนั้นก็มีเกาะเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกเกือบ ๆ 30,000 ที่ได้ที่เราสามารถนั่งเรือไปเที่ยวจากตัวเมืองได้เลย

Stockholm is the capital city of Sweden. It is on the southern east of the country and its geographical setting consists of 14 big islands and almost 30,000 more which are reachable by boat from the city!




สต็อกโฮล์มเป็นเมืองที่มีคนอยู่เยอะที่สุดถ้าเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มนอร์ดิกด้วยกัน และเป็นเมืองที่มีคนไทยอยู่อาศัยมากที่สุดในแถบ ๆ นี้ด้วย ถ้าเดินไปถามคนที่นี่ว่ารู้จักประเทศไทยไหม เขาจะตอบกลับมากันว่าเคยไปไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง และอาหารที่ชอบที่สุดคือ 'ผัดไทย'

Comparing to other Nordic countries, Stockholm is the most populated city in where there are so many Thais living here as well. If you ask the people here whether they know Thailand, their answers would be: "More than twice, and we love Pad Thai!".



พูดถึงเรื่องอากาศบ้าง ช่วงฤดูร้อนของที่นี่จะเป็นอะไรที่ไนซ์มาก ๆ ลมเย็น ๆ แต่มีแดดอุ่น ๆ อาจจะถือว่าเป็นหน้าร้อนสำหรับคนบ้านเขา แต่ถ้าเป็นคนไทยขี้หนาวอย่างเรา ก็ถือว่าเย็นสบายกำลังเที่ยวได้สนุก สำหรับช่วงหน้าหนาว อากาศต่ำที่สุดอยู่ที่ประมาณ -15 (ซึ่งเป็นความหนาวที่เราเผชิญในวันแรก) แต่ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ -1 ถึง 2 องศา เดินเที่ยวได้อยู่ แถบผิวหน้าที่ตึง ๆเย็น ๆ สะใจดีนะ เราว่า!

Talking about the weather, summer in Stockholm can be something pleasurable. A little heat from the sun and some more nice breeze are the perfect condition to travel around the city. For winter, it was not as cold as I expected. The average temperature sits around -1 to 2 celsius, and the lowest one can drop to minus 15. It was when we arrived, but that was a very cool greeting though!



Got my Stockholm Pass, and I'm ready to go.
Let's explore Stockholm!



เที่ยวไหนดี ใน 'สต็อกโฮล์ม'



Stockholm City Hall
(https://goo.gl/maps/qaoHMHjrCx52)
ค่าเข้าชม: 90 โครน (ช่วงเดือนพ.ย. - มี.ค.) และ 120 โครน (ช่วงเดือนเม.ย. - ต.ค.) / ฟรีถ้ามี Stockholm Pass

ศาลาว่าการของตัวเมืองสต็อกโฮล์มที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมาก ๆ ความสำคัญของที่นี่นอกจากจะใช้เป็นที่ทำการของสภาเมืองสต็อกโฮล์มแล้ว มันยังถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานประกาศรางวัลโนเบลสาขาต่าง ๆ ด้วย (ยกเว้นแค่สาขาเดียวคือสาขาสันติภาพที่จัดพิธีในเมืองฮอสโล ประเทศนอร์เวย์



Starting with one of the top attractions in Stockholm, here is its magnificent City Hall. It is where the Stockholm's Municipal Council meets, and another thing that it is well known of is for the Nobel banquet which occupies the city hall every year, on the 10th of December.



ตัวตึกสร้างด้วยอิฐสีแดงทั้งหมด ส่วนสถาปัตยกรรมเป็นในสไตล์ของยุค Romantic ผสมศิลปะของอิตาเลียนเข้ากับกลิ่นอายของชาวไวกิ้งเอาไว้ด้วย โถงด้านในเรียกว่า Blue Hall ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่มีสีฟ้าเป็นองค์ประกอบเลยก็ตาม แต่ชื่อนี้ได้มาจากความตั้งใจของสถาปนิกตั้งแต่เริ่มแรกว่าอยากให้ทั้งฮอลล์เป็นแบบเปิดโล่งเพื่อที่จะได้เห็นท้องฟ้าสีฟ้า แต่ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้ต้องสร้างหลังคาปิดอยู่ดี มีช่องแสงเหลือไว้ให้เห็นท้องฟ้าเล็กน้อย และชื่อของตัวฮอลล์ก็ยังถูกเก็บไว้ตามเดิม ตามเจตนารมณ์ของผู้สร้าง



The building was done with red bricks, and the architecture is a mix between Italian Romantic style and some touches of Viking arts. Inside the main hall, even though there is no element in blue color, it is called as the Blue Hall. This comes from the first design by the architect that wanted the top of the building to be fully open. However, with the weather condition, the idea was not much practical, and they had to eventually covered up the hall with a roof. The name, Blue Hall, is the only thing that remains.



สำรวจ Blue Hall บนชั้นแรกเสร็จแล้ว เราเดินต่อขึ้นมายังชั้น 2 ซึ่งจุดสำคัญจุดหนึ่งที่เปิดให้เข้าชมก็คือห้องประชุมสภาสต็อกโฮล์มที่นี่ ดีไซน์มีความน่าสนใจมาก ๆ โดยเฉพาะกิมมิคบนเพดาน สังเกตได้ว่าจะมีเสาไม้ซี่ ๆ ยึดอยู่เป็นโครงและมีภาพวาดของท้องฟ้าและดวงดาวอยู่ มาจากเรื่องเล่าของชาวไวกิ้งที่สมัยก่อน หากมีการประชุมลับ พวกเขาจะคว่ำเรือแล้วมุดเข้าไปใต้ท้องเรือเพื่อประชุม และหากหารือกันไม่ได้หรือไม่ได้ข้อสรุปของการประชุมกัน ก็จะมองหาดาวเหนือ ขอพลังจากดวงดาวให้ช่วยหาคำตอบ ทั้งหมดนี้เลยถูกจำลองมาอยู่ในห้องประชุมสภา



On the second level of the City Hall is where you can find the Municipal Council's conference hall. The design is very unique, and you can point it out from the strange-looking ceiling. There are many small wooden pillars and the mural painting of constellation. This comes from the Viking tale that whenever a secret and important meeting takes place, it is always under the flipped boat; when the discussion gets off track, they will find the northern star for guidance. All of these elements from the Viking tale are adapted in the architect here.



เดินต่อมาเราก็เจออีกส่วนของ City Hall ที่เราชอบมาก ๆ และมันคือห้องที่เต็มไปด้วยทองอร่ามที่สุด ชื่อของเขาคือ Golden Hall และตามชื่อเลย การตกแต่งห้องนี้ใช้ทองคำแท้ที่ถูกตีและรีดเป็นกระเบื้องโมเสกเล็ก ๆ ถึง 18 ล้านชิ้น! ที่นี่ถูกใช้เป็นห้องเต้นรำระหว่างที่จัดงานโนเบลด้วยนะ



One of our most favorite parts of the City Hall is this room. It is called Golden Hall because the whole decoration inside is made of real gold, and the number of these golden mosaics reaches up to 18 million pieces! Come during the Nobel's banquet and you will see people in elegant gown dancing. It is so spectacular that I couldn't take my eyes off of its bling bling goldies!



Riddarholmen Church
(https://goo.gl/maps/jfJeDYVrkNs)
ค่าเข้าชม: ฟรีถ้ามี Stockholm Pass

ที่นี่คือโบสถ์ที่เดียวที่หลงเหลือมาจากยุคกลางของสวีเดน ไล่เวลากลับไปก็ประมาณศตวรรษที่ 12 และความสำคัญของโบสถ์แห่งนี้ก็คือเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์และราชวงศ์สวีเดนหลาย ๆ พระองค์ อยู่ใต้พื้นทุกตารางนิ้วของโบสถ์เลย อาจจะฟังดูแล้วแปลก ๆ แต่นี่คือธรรมเนียมการปฏิบัติของโบสถ์คริสต์ทุกแห่ง

The only Medieval abbey that still remains in Stockholm. It was constructed in the 12th century, and it is used as the final resting place of Swedish monarchs and high-ranked aristocrats.



ข้อจำกัดในการเข้าเยี่ยมชมอย่างเดียวก็คือเรื่องช่วงเวลา ตัวโบสถ์เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวได้เฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนเท่านั้น ถ้ามานอกเหนือช่วงเวลาก็จะสามารถถ่ายรูปได้เฉพาะรอบนอก แต่คราวนี้เราโชคดี เพราะ Vist Stockholm ได้แจ้งกับทางผู้ดูแลโบสถ์เอาไว้ก่อน เราเลยสามารถเข้าไปเก็บภาพด้านในได้

The only condition that you have to be careful when planning to visit Riddarholmen Church is the operating months. It onlyopens for tourists between May and September; apart from these 5 months, the gates are closed and visitors can only see the church from the outside. Luckily, we have Nadiya from Visit Stockholm who booked a special session for us. That's why I came out of the church with these pretty photos of Riddarholmen from the inside!




The Royal Palace
(https://goo.gl/maps/6V2M8yjkZ722)
ค่าเข้าชม : 160 โครน / ฟรีถ้ามี Stockholm Pass 

พระราชวังในสต็อกโฮล์มคือวังที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่นี่เป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการของกษัตริย์สวีเดน และนอกจากส่วนพระราชฐานด้านในแล้วก็มีพิพิธภัณฑ์อยู่โดยรอยที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้าไปชมได้ เสียดายอย่างเดียวคือวันที่เราไปคือวันที่สวีเดนกำลังแต่งตั้งรัฐบาลใหม่ และพระราชวังเป็นสถานที่จัดงาน ทำให้เราเข้าไปดูด้านในไม่ได้ เลยเก็บมาได้แค่รอยยิ้มของพี่ทหารรักษาการด้านนอกคนนี้

 



The biggest palace in Europe! The Royal Palace in Stockholm is the official residence of the Swedish King and the royal family. Aside from the King's residential, there are 5 museums which are open to public. One unfortunate thing that we encountered is that the palace was closed due to the royal function, so we didn't get to explore inside. It's all fine. I'll make sure I'll come back to this next time!



Vasa Museum
(https://goo.gl/maps/SJWL4hnZp8J2)
ค่าเข้าชม: 150 โครา / ฟรีถ้ามี Stockholm Pass

พิพิธภัณฑ์ที่คนชอบหนังแนวไวกิ้งจะต้องกรี๊ดเพราะที่นี่จัดแสดงซากเรืออับปางของจริงจากประมาณ 300 กว่าปีที่แล้ว ชื่อของเรือคือ Vasa และด้วยความที่นางคือนางเอกของที่นี่ ชื่อของพิพิธภัณฑ์ก็เลยกลายเป็น Vasa Museum หรือในภาษาสวีดิชเขียนว่า Vasa Museet และถึงจะไม่ได้อินกับวัฒนธรรมไวกิ้งเท่ากับหนุ่ม ๆ ในทริป แต่เราก็อดไม่ตื่นเต้นไปกับเรื่องเล่าของเรือลำนี้ไม่ได้เหมือนกัน

If you are a fan of those Viking movies, here is the place to be! Vasa museet or Vasa Museum is dedicated to the story of the Vasa's wreck from more than 300 years ago. Frankly speaking, I am totally not into all the movies with Viking setting, but seeing this masterpiece in front of me is already fascinating. Plus, when I learned more about its history, my interest in this ship instantly grew.




ประวัติของ Vasa เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 17 มันถูกสร้างขึ้นให้เป็นเรือรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดพร้อม ๆ กับเรือใหญ่อีกทั้งหมด 3 ลำ ตัวเรือสร้างจากไม้ทั้งลำ มีช่องสำหรับโหลดปืนใหญ่รอบลำ และรูปสลักประดับตกแต่งทั้งหมด 101 ชิ้น Vasa ในตอนแรกจะถูกส่งไปยังโปแลนด์เพื่อลำเลียงเสบียงและอาวุธไปสมทบกับกองทัพที่กำลังรบอยู่ที่นั่น แต่ในวันที่ตัวเรือเริ่มต้นออกเดินทาง Vasa ก็เริ่มเกิดปัญหาขัดข้อง ระยะทางที่ไกลที่สุดที่มันล่องไปได้คือ 1,300 เมตรจากท่าเรือเท่านั้นและ Vasa ก็จมดิ่งลงไปใต้น้ำ มันถูกทิ้งเอาไว้อยู่นานกว่า 329 ปีจนแอนเดอร์ แฟรนเซน วิศวกรทางทะเลมาพบซากเรือโดยบังเอิญ เขาเริ่มต้นค้นประวัติของเรือรบ Vasa และวางแผนการกู้ซากเรือขึ้นมา กระบวนการทั้งหมดใช้เวลา 2 ปี และ Vasa ก็กลับมาผงาดความยิ่งใหญ่อีกครั้งในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้!



The ship was constructed during the reign of Gustaf II Adolf to be one of the greatest beasts among the other three warships. However, with some unidentified problems, after it was sailed for only 1,300 meters from the city harbour, Vasa lost its control and slowly sank into the sea. It was left at the spot for 329 years until Anders Franzen, a marine engineer, discovered the ship wreck and began the salvage. 2 years of a careful lift, Vasa returned back on the land of Stockholm and was moved into this museum which tells its great adventure to people from all over the world.



Abba the Museum
(https://goo.gl/maps/6gfPK6CJRRn)
ค่าเข้าชม: 250 โครน

วงดิสโก้ป๊อปเชื้อสายสวีดิชที่กลายเป็นตำนานระดับโลก เจ้าของเพลงฮิตสมัยคุณแม่ยังสาวหลายเพลง ทั้ง Dancing Queen, Mama Mia, Thank You for the Music กับพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของพวกเขาทั้งสี่คน ที่นี่คือ ABBA the Museum ที่มีทั้งโซนนิทรรศการสนุก ๆ ให้ได้เยี่ยมชม มีร้านอาหาร และโรงแรมในธีม ABBA เอาใจสาวกตัวจริงด้วย

The legendary pop-disco band from Sweden whose songs are known to people across the globe. They are ABBA, and here is the place where you can learn about the band's history in a very fun way or even stay in the ABBA-themed hotel!



ค่าเข้าแอบแพงหน่อยก็จริง แต่เราต้องขอชื่นชมในความล้ำของการใช้เทคโนโลยีมาเป็นส่วนประกอบของตัวมิวเซียมที่นี่เลย ตัวบัตรจะมี QR Code ซึ่งพอเวลาเราเล่นกิจกรรมอะไรภายในห้องนิทรรศการ เราสามารถสแกนตัวโค้ดนี้เพื่อจัดเก็บไว้เป็นข้อมูลส่วนตัวได้ และสามารถไปดาวน์โหลดได้ทีหลังบนเว็บไซต์ของ ABBA the Museum เลย ไฮเทคที่สุด!

The entrance ticket comes with a unique QR code for each person, and this code wil be used to collect data from activities inside the museum. Everything can be downloaded later on the museum's site.



ตัวนิทรรศการเริ่มจากห้องโชว์คอลเลคชั่นกีต้าร์ที่มีตู้เกม Guitar Hero ให้เล่นสนุก ๆ มีโซนที่บอกเล่าความเป็นมาของสมาชิกแต่ละคนไปจนถึงห้องอัด ห้องแต่งตัว ห้องทำงาน โซนที่จัดแสดงชุดที่ ABBA ใช้ในการแสดงทั้งหมด แถมมีกิจกรรมแบบ interactive ให้เราได้มีส่วนร่วมตลอด ทั้งโฮโลแกรมคอนเสิร์ต ABBA ที่เราสามารถขึ้นไปจอยเป็นคอรัสได้ หรือตู้ถ่ายรูปที่แปลงร่างเราให้เป็นสมาชิกของ ABBA เป็นประสบการณ์การไปเที่ยวมิวเซียมที่สนุกมาก ๆ ที่นึงเลยแหละ




ABBA the Museum offers one of the most fun museum experience for me. The journey starts with the guitar hall, displaying a massive collection of guitars with a small corner where you can play Guitar Hero. The story telling continues onto the part of how the 4 members met and how ABBA was founded as well as depicting their work area, the studio, the dressing room–putting the real scene in the exhibition hall for visitors to experience and be a part of it. What I love the most is how interactive it is. You can dance with all the members in hologram and transform yourself to be one of the ABBAs at the photo booth. Playing around in this museum is something that you must try if you visit Stockholm!




Södermalm
(https://goo.gl/maps/ysfYGn6QMxP2)

ถ้านิวยอร์กมีโซโห ที่สต็อกโฮล์มก็มีโซลเดอร์มาม ที่นี่เป็นถนนสายฮิปสเตอร์ที่เป็นเหมือนที่พบปะของวัยรุ่นคนเก๋ประจำเมือง มีพวกบูธิคช็อป ร้านกาแฟ คาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์เจ๋ง ๆ กระจายตัวอยู่เต็มไปหมด เรามีเวลาไม่เยอะแถวนี้เลยได้แค่ถ่ายรูปแบบโฉบ ๆ จากหน้าร้าน แต่ความเก๋ของเขาชัดเจนมาก ๆ พิสูจน์ได้จากในรูปพวกนี้เลย




If New York has SoHo, Stockholm has this hipster street which is called Södermalm. It consists of boutique shops, cafés, restaurants and cool bars–an absolutely great place to stroll around and take in all these awesome vibes.




หิวแล้ว กินไหนดีล่ะ?



Tradition
(https://goo.gl/maps/sgpb5kk4J1B2)

ร้านอาหารที่ขายจานเด็ดของประเทศสวีเดนและเสิร์ฟเฉพาะสูตรต้นตำรับแท้ ๆ ตั้งอยู่ในละแวก Old Town ใกล้ ๆ กับโบสถ์และพระราชวัง เป็นร้านเล็ก ๆ แต่อาหารอร่อยและบรรยากาศก็โฮมมี่มาก ๆ



A traditional Swedish restaurant as its name suggests that serves all the local famous dishes. It stands among great historical sites like the old church and the grand palace, and the food is very enjoyable.

What not to miss : Fish Stew



Pop house restaurant
(HTTPS://GOO.GL/MAPS/6GFPK6CJRRN)

ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในตัว The ABBA Museum เลย เสิร์ฟอาหารสวีดิชแท้ ๆ เหมือนกันและแต่ละวันก็จะมี Today's Special ที่สลับสับเปลี่ยนกันไป จานที่อยู่ในรูปข้างใต้นี้คือหมูที่นำไปหมักจนนุ่มได้ที่และย่าง เสิร์ฟพร้อมกับข้าวและธัญพืชที่ราดด้วยซอสผัก แต่จานที่เราอยากให้ลองคือแซนด์วิชหน้าเปิดที่เป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่



The restaurant that operates inside the ABBA Museum and serves all the Swedish famous cuisine as well. The dish I tried is some pork fillet with grains and vegetable sauce, but the list that I highly recommend for you to try here is the open sandwich, another traditional Swedish food.

WHAT NOT TO MISS : Open Sandwich


Nytorget 6
(https://goo.gl/maps/3NpEx2EVSPA2)

ร้านนี้เป็นร้านโปรดของโจเซฟีน สาวสวีดิชที่ทำงานที่ออฟฟิศการบินไทยในสต็อกโฮล์ม มีทั้งอาหารสวีดิชต้นตำรับ ของทานเล่นแกล้มเครื่องดื่ม สเต็ก และซีฟู้ดให้ได้ลอง บรรยากาศชนะเลิศส่วนอาหารก็ยอดเยี่ยมเลย




This place is recommended by Josephine, our Swedish friend who works at Thai Airways office in Stockholm. It stands in the area of Södermalm, so the restaurant concept is promised to be very decent and stylish. You can find a great selection of yummy food and drinks here, but among all, my favorite one goes to the Swedish Pancake.

What not to miss : Swedish Pancake


ที่พักของเราใน 'สต็อกโฮล์ม'



HAYMARKET BY SCANDIC
(https://goo.gl/maps/UgLo8g2tUMC2)
ราคาต่อคืนเริ่มต้นที่ 5,000 บาท

ที่พักของเราคือโรงแรมแนวบูธิคที่อยู่ในย่านชอปปิ้งและใกล้กับ Central Station มาก ๆ คอนเซปต์ของตัวโรงแรม #throwback กลับไปในยุค 1920 ประมาณช่วง The Great Gatsby และจำลองเอาความเป็นโรงภาพยนตร์ สไตล์ของหนังวินเทจเข้ามาทวิสต์อยู่ในตัวดีไซน์ด้วย ประวัติที่น่าสนใจหนึ่งอย่างคือที่นี่เคยเป็นห้างสรรพสินค้าเก่ามาก่อน พอตัวห้างเลิกกิจการไป ก็ถูกดัดแปลงเป็นโรงแรม Haymarket แห่งนี้ ส่วนประสบการณ์การเข้าพักที่ Haymarket ก็สมบูรณ์แบบมาก ๆ ห้องสวย เซอร์วิสดี และอาหารเช้าคือที่สุดของที่นี่เลย!




We stayed at Haymarket by Scandic during our 2 nights in Stockholm. The hotel has great location with access to the shopping area and the Central Station within a short walking distance. Its concept throws back to the 1920s era with a nice touch of vintage elements and cinematic idea. I really enjoyed the stay, plus the breakfast is something very phenomenon that a hotel could offer!




3 วันเร็ว ๆ ในสต็อกโฮล์มกับอากาศต่ำสุด -15 สูงสุด 2 องศา เป็นอะไรที่หนาวจับใจสุด ๆ แต่ก็เป็นการชาเลนจ์ทั้งร่างกายและจิตใจของตัวเองที่ดีมาก ๆ นอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ หน้าตาของเมืองที่สะสวย และอาหารอร่อย ๆ แล้ว อย่างหนึ่งที่ประทับอยู่ในใจเราคือความน่ารักของคนที่นี่ น่าจะเป็นประเทศในยุโรปประเทศแรก ๆ ที่รักและต้อนรับคนไทยด้วยหัวใจมาก ๆ

ไว้ช่วงไหนที่หนาวน้อยกว่านี้หน่อย เราคงจะได้เจอกันอีกครั้งนะ : )




–Mint Travelerspulse


ALL WONDERS OF SRI LANKA | PART 2 : SEASIDE

Next Project

See More