The Scandinavian Winter : 24 Hrs in Copenhagen

24 ชั่วโมงแบบด่วนจี๋ในโคเปนเฮเกน

"เวลา 24 ชั่วโมง มันทำอะไรได้ตั้งเยอะแยะเลยนะคุณ"

ประโยคนี้เห็นทีว่าจะจริงเพราะในพาร์ทที่ 2 ของ The Scandinavian Winter นี้ เราจะขอพาทุกคนไปตะลุยเที่ยวโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของประเทศเดนมาร์กภายในเวลา 24 ชั่วโมง

24 ชั่วโมงแบบไม่ได้โม้จริง ๆ เพราะครั้งนี้เรามีเวลาไม่เยอะแต่เน้นกิจกรรมคุณภาพ ใส่หมวกแล้วกระชับถุงมือกันไว้ให้พร้อม มาดูกันซิว่า 24 ชั่วโมงท่ามกลางฤดูหนาวและเมืองแสนน่ารักของโคเปนเฮเกน เราจะทำอะไรกับมันได้บ้าง...



24 hours sound like a very little portion of time, but thinking about it again, 24 hours can mean the period of time that you can do quite a lot of things.

In this second part of my blog from Scandinavian trip, I will take you all to explore a very lovely city in Denmark. The only challenge we had is to finish a quick tour within the period of 24 hours. Let's see what could be done, what had been seen and what was discovered in Copenhagen while the clock was ticking off!




Quick Fact

โคเปนเฮเกนคือเมืองหลวงของประเทศเดนมาร์กและเป็นเมืองที่มีประชากรอยู่หนาแน่นที่สุดในประเทศด้วย ต่างจากสต็อกโฮล์มที่มีพื้นที่เป็นเขาเป็นสโลปค่อนข้างเยอะ ในโคเปนเฮเกนคือพื้นที่ราบ

ดูผ่าน ๆ ที่นี่มีความเหมือนเนเธอร์แลนด์สุด ๆ ทั้งกังหันลมที่ใช้เป็นแหล่งพลังงาน คลองที่ตัดผ่านเมือง แบ่งตัวเมืองออกเป็นบล็อก ๆ และคนขี่จักรยานฉวัดเฉวียนบนท้องถนน แม้แต่คนเดนมาร์กยังบอกกับเราเลยว่า บางทีพวกเขาก็มีความเหมือนคนดัตช์มากกว่าคนสแกนดิเนเวียนด้วยกันซะอีก แต่โคเปนเฮเกนคงเป็นอัมสเตอร์ดัมที่สงบสุขกว่าและสะอาดกว่ามาก ๆ



Copenhagen is the capital city of Denmark, and it is also the most densely populated one in the country. While Stockholm has a lot of slopes and hills, Copenhagen is a vast plain. The city somehow reminds me of Amsterdam; windmills, canals and busy street with bikes are the elements that resemble the Dutch capital. However, Copenhagen is a more peaceful and neat sibling with a lot of its unique and remarkable culture.

24 hours in Copenhagen be like . . .



1 | Stroll around Strøget
(https://goo.gl/maps/HFcRzCVyUkp)

เดินเล่นบนถนนชอปปิ้งที่ยาวที่สุดในยุโรป ความยาวเต็ม ๆ ของเค้าคือ 1 กิโลเมตรและรอบ ๆ นี้ก็จะมีร้านค้าทั้งโลคัลแบรนด์ แบรนด์ดัง ๆ ที่เป็นไฟลท์บังคับ รวมถึงบูธิคช็อปสลับกันอวดของขาย เผลอ ๆ มีสตรีทโชว์เจ๋ง ๆ ให้ดูระหว่างทางด้วย เดินเพลิน ๆ เสียเงินแบบไม่รู้ตัวเลย



First thing first, a quick stroll along the longest pedestrian street in Europe. Strøget features a lot of shops, both of local and international brands. You will find some little boutiques hidden in the corner of the street, as well as some cool street shows, but definitely a great place to explore.



2 | Explore random patisseries
(https://goo.gl/maps/G2pasj3HY282)

โคเปนเฮเกนเป็นสถานที่ของคน foodie คนที่นี่ให้ความสำคัญกับการกินและคุณภาพอาหารก็ถือว่าค่อนข้างสูง สิ่งที่ต้องทำอย่างหนึ่งก็คือการไปตามหาของกินตามพวกคาเฟ่และ Patisseries เจ๋ง ๆ แนะนำร้านนี้เลย La Glace ซินนามอนบันคืออร่อยที่สุดและตัวร้านก็แต่งได้น่ารักมาก ๆ ด้วย!




Copenhagen is definitely a place for foodie people. One activity not to miss is to explore random patisseries and try all those yummy bakeries. I proudly present to you this lovely place called, La Glace, which serves the most delicious cinnamon bun. The taste is very much unforgettable!



3 | See the soldiers march

เดิน ๆ อยู่ก็เจอกับกองทหารที่เดินมาร์ชเปลี่ยนผลัดกัน สิ่งที่เราก็คือวิ่งตามขบวนพาเหรดย่อม ๆ นี้และตามถ่ายรูปจนทุกคนแถว ๆ นั้นงงว่าเกิดอะไรขึ้น ฮ่า ๆ

Walking around the city and you might find this: a group of military marching to the grand palace. My instant reaction to seeing this was to follow them around and try to get a handsome photo of these soldiers in a pack.



4 | Do a canal tour
(https://goo.gl/maps/yiTQuNQEjCr)

ด้วยความที่เรามีเวลาจำกัดในการเดินชมเมือง เราเลยใช้ทางลัดเอา นั่นก็คือการนั่งเรือชมโคเปนเฮเกนจากคลองที่ตัดลัดเลาะผ่านโซนต่าง ๆ เราได้ทั้งเห็นทั้งพระราชวังจากไกล ๆ โรงละคร หอสมุด รวมไปถึงแลนด์มาร์กสำคัญอื่น ๆ อย่างเช่นรูปปั้น Little Mermaid ที่เล็กจิ๋วจนไกด์บนเรือยังต้องแซว เป็นเวลา 1 ชั่วโมงที่ได้รู้จักกับโคเปนเฮเกนแบบรวบรัดตัดตอน แต่ก็เพลิน ๆ ดีนะ

Copenhagen and its city plan filled with webs of canals. What can be a better activity to look at the city with canals than taking a canal boat tour, right? That's why we all got boarded on this 1-hour trip to have a quick look at all the important landmarks. These include the opera house, the grand palace as well as the iconic "Little Mermaid" sculpture. You'll be amazed by how little she is and this is no sarcasm!




ลมเย็น ๆ กับแสงแดดที่ออกมาโชว์ตัวแบบแว้บ ๆ กระทบกับตัวตึกสวย ๆ เป็นอะไรที่ฟินมากเลยนะ รู้มั้ย!

Cool breeze and warm sun are such a pair of perfect combination. Standing at the back of the boat and enjoying the beautiful scenic ride are something that made us fall in love with Copenhagen harder.




5 | Try Danish-style hotdog

ถึงจะไม่ใช่อาหารที่ขึ้นชื่อว่าประจำชาติซะทีเดียว แต่ในเมืองโคเปนเฮเกนมีฟู้ดทรัคที่ขายฮอทดอกตั้งอยู่เยอะแยะมากมาย และคุณแอนจากการบินไทยที่ประจำอยู่ที่โคเปนเฮเกนก็นแะนำด้วยว่าต้องลอง มันมีหลายประเภทมาก ๆ ทั้งความยาวและความอวบของตัวไส้กรอก แต่ที่แปลกคือเค้าโรยแตงกวาดองอยู่ในตัวบันด้วย รสชาติเลยรู้สึกว่าครบเครื่องกว่าฮอตดอกที่เราเคยชิมที่ไหน ๆ แล้วยิ่งอากาศข้างนอกก็หนาวด้วย พอได้กิินอะไรอุ่น ๆ มันเลยรู้สึกอร่อยคูณสองไปเลย




Torvehallerne Food Market

ตลาดอาหารที่อลังการมาก ๆ ประจำตัวเมือง อารมณ์คล้าย ๆ อตก.บ้านเราผสมกับ The Commons เป็นที่ ๆ รวมวัตถุดิบทุกประเภทในการปรุงอาหาร ทั้งร้านเนื้อ ร้านซีฟู้ด ร้านขายผักผลไม้ ร้านขายเครื่องเทศ น้ำมันมะกอก ไล่ไปถึงอาหารปรุงสำเร็จและของหวาน ใครที่ชอบดูวัฒนธรรมการกินและอาหารที่แปลกใหม่ ต้องมาเดินเล่นดู



ตัวตลาดด้านในสะอาดมาก ๆ ร้านค้าก็แบ่งออกเป็นโซนของคาวและของหวาน บางร้านก็มีอาหารแบบปรุงสำเร็จพร้อมทานให้ได้ชิมกันตรงนั้นเลย




ร้านขายชีสก็มา ร้านขายช็อคโกแลตแบบออร์แกนิคก็มี เดินเล่นที่นี่ก็แอบหมดไปเลยโครนเลย และส่วนใหญ่จะเสียเงินให้กับขนมหวาน ซื้อเป็นของฝากกลับบ้าน




และก่อนออกจากตัวตลาด เราก็ชิม Glogg ซักหนึ่งแก้ว ถ้าอธิบายง่าย ๆ มันคือไวน์อุ่นที่ผสมแอลกอฮอล์มากถึง 5 ชนิดเข้ากับพวกสมุนไพรอย่างซินนามอนและเปลือกส้ม เอาไว้ดื่มในวันที่หนาว ๆ จะรู้สึกร้อนวาบ ๆ และมึนได้ที่กำลังดีเลยแหละ



6 | Visit Illum
(https://goo.gl/maps/WmaX7ExSAF42)

ที่แอ้ดตัวห้างเข้ามา To-do list ของเราระหว่างอยู่โคเปนเฮเกนก็เพราะว่าห้างนี้เป็นของคนไทย!

Illum เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1891 ก็จริง แต่ตอนนี้คนที่เข้ามาถือหุ้นใหญ่ก็คือเครือเซ็นทรัลของบ้านเรานั่นเอง และเป้าหมายของเค้าก็คือการยกระดับห้างให้ดูพรีเมียมมากขึ้นและเน้นดีไซน์ในแต่ละชั้นที่สวยงามตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมโมเดิร์นของชาวแดนิช ซึ่งแต่ละชั้นที่เราเดินดูกันก็มีแบรนด์ให้เลือกช็อปครบครันมาก แถมหน้าตาของช็อปก็ชวนให้น่าจ่ายเงินซื้อของซะจริง ๆ



มีทั้ง select shop และช็อปของแบรนด์ใหญ่ ๆ อยู่เยอะมาก ๆ และถ้ามาถูกเวลาอย่างช่วงที่เราไป ก็ตรงกับ End of Season Sale พอดิบพอดี




เดินมาจนถึงชั้นบนสุดของ Illum ที่นี่คือโซนร้านอาหารที่มีทั้งส่วนสำหรับนั่งตากลมชมวิวด้านนอก และโซนที่นั่งด้านในที่ดีไซน์ได้เจิดสุด ๆ แค่เห็นเพดานที่เป็นริ้ว ๆ โค้ง ๆ เป็นเลเยอร์ เราก็ต้องยอมใจให้กับงานออกแบบของที่นี่แล้ว!




7 | Taste the open sandwich
(https://goo.gl/maps/WmaX7ExSAF42)

ภารกิจหลักของการมาที่ Illum คือการมาชิมแซนด์วิชหน้าเปิดที่เปรียบเสมือนอาหารประจำถินของเดนมาร์ก ร้านนี้มีชื่อว่า Skagen Fiskerestaurant ที่อยู่บนรูฟท็อปของตัวห้าง เน้นขายเมนูที่เป็นซีฟู้ดหลัก ๆ ส่วนเมนู Open Sandwich ที่เราเลือกชิมก็คือสูตรที่เป็นกุ้งสดและคาเวียร์ กับอันที่มีแซลมอนรมควันโปะด้านบน อร่อยมากกกกก มากจนต้องขอเบิ้ลเลย




8 | Wine & dine at Nimb HoteL
(https://goo.gl/maps/KE737rUyBWA2)

พอฟ้ามืดแล้ว เราก็มาถึงจุดแวะเที่ยวที่สุดท้ายพอดี ที่ Nimb Hotel โรงแรมแนวบูธิคที่อยู่ติดกับสวนสนุก Tivoli Gardens เลย เสียดายอยู่อย่างเดียวคือตอนที่เราแวะไปเป็นช่วงปิดปรับปรุงของ Tivoli พอดี เราเลยทได้แค่เดินชม interior design ของ Nimb แทน




ด้านบนคือบาร์โรงแรมที่อยู่บนชั้นสองของ Nimb เดินเข้ามาเจอแว้บแรกคือต้องตะลึงกับความสวยของที่นี่เลย สวยเก๋มาก และแต่งได้คลีนกำลังดีแซมด้วยดีเทลเล็ก ๆ กำลังพองาม แวะไปจิบแชมเปญสักแก้วก่อนมื้ออาหาร เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี




มื้อเย็นของเราอยู่ที่ร้านอาหารชั้นล่างของตัวโรงแรม บรรยากาศดีไม่แพ้กัน ดินเนอร์เสิร์ฟเป็นเมนู 3 คอร์ส เริ่มต้นด้วยซุปข้น ต่อด้วยไก่อบซอสไวน์แดง และจบด้วยของหวานตำรับแดนิชจ๋า ๆ อร่อยเข้มข้นมาก ๆ



Where to Stay: First Hotel Twentyseven
(https://goo.gl/maps/g8gL5nekma82)

โรงแรมที่เราอยู่คือ First Hotel Twentyseven เป็นโรงแรมไม่เล็กและไม่ใหญ่มาก อยู่ในโลเคชั่นที่ดี เดินแค่ไม่กี่นาทีก็ถึงชอปปิ้งสตรีทและแหล่งอาหารเลย เตียงนุ่ม ห้องอุ่นสบายเดินเข้ามาปุ๊บก็เจอกับ Snack Tray ที่ตั้งไว้ต้อนรับพร้อมกับน้ำแร่ S.Pellegrino เลย ห้องน้ำใหญ่มากกก ที่ชอบอีกอย่างมาก ๆ ก็คือ amenities มีครบครันมาก ๆ และแชมพู คอนดิชันเนอร์ก็ใช้แบรนด์ออร์แกนิคของเดนมาร์กด้วยนะ

ใครแวะมาเที่ยวที่โคเปนเฮเกน ขอแนะนำที่นี่เลย รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ 👉🏼 https://bit.ly/2EHrfdh




จบแล้วแบบเร็ว ๆ กับพาร์ทที่ 2 ในเมืองโคเปนเฮเกนแบบรวดรัดสุด ด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋าที่สุด พาร์ทหน้าเราจะพาทุกคนล่องเรือครูซข้ามเขตประเทศไปจอดที่ Oslo ซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้ายของทริปนี้ ติดตามกันได้ที่นี่ที่เดียว Travelerspulse ส่วนคอนเทนต์แรกใน 'สต็อกโฮล์ม' อ่านต่อได้ที่ลิงก์นี้เลย http://travelerspulse.co/pile_portfolio/the-scandinavian-winter-stockholm/

ปล. ใครหลงมาอ่านถึงตรงนี้ ขอบอกเลยว่ารักมาก ๆ ขอบคุณที่ติดตามมิ้นต์และ Travelerspulse จริง ๆ นะ : )



–Mint Travelerspulse

The Scandinavian Winter : Stockholm

Next Project

See More