#travelerspulseyum

SIAM TEA ROOM

รสชาติอาหารไทยแบบแท้ๆ ที่เรากำลังคิดถึงหนักมาก
The Authentic Taste of Thai We've Been Missing!

ช่วงหลังๆ นี้ เราห่างหายจากการชิมอาหารไทยตำรับแท้ๆ ไปซะนานนม เพราะส่วนใหญ่เวลาท้องโครกครากส่งสัญญาณว่า "ฉันหิวแล้ว" เมื่อไหร่ ใจก็คิดถึงแต่ซูชิ ทั้งโอโทโร่ แซลมอนชิ้นหนานุ่ม ฟัวกราส์โรล อูนิฉ่ำๆ (อูยยยยย พอ!) หรือไม่ก็ตัวเลือกง่ายๆ ที่ไม่ต้องคิดมากอย่างข้าวหมูทอดกระเทียมจากร้านอาหารตามสั่งทุกที แต่เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เราได้รับคำเชิญจาก Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park ให้ลองไปชิมเมนูอาหารไทยแบบขนานแท้ๆ ที่ร้าน Siam Tea Room ห้องอาหารไทยประจำโรงแรม Marriott Marquis แห่งนี้ เราก็รีบตอบตกลงไปทันทีด้วยความหิวไส้กิ่ว เอ้ย ความคิดถึงอาหารไทยสุดฤทธิ์ แค่ได้ชิมคำแรก เราก็พูดได้เต็มปากเลยว่า "นี่ล่ะ รสชาติที่เรากำลังคิดถึงหนักมาก!




ใครคิดว่าร้านอาหารไทยในโรงแรมจะต้องเป็นแบบไท๊ยยยยยไทย มีคนมาใส่ชุดไทยนุ่งสไบมานั่งตีขิม พูดเลยว่าผิดถนัด การตกแต่งที่นี่เป็นแบบผสมผสาน มีทั้งกลิ่นอายไทยๆ อย่างโถใส่ขนมโบราณ ตาชั่งเหล็ก เครื่องถ้วยชามสวยๆ วางตกแต่ง ปนกับความเป็นตะวันตก ให้บรรยากาศกึ่งแคชชวลสบายๆ กึ่งทางการ จะมานั่งคุยงานหรือว่านัดทานข้าวกับครอบครัววันอาทิตย์ก็ดูเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมไปหมด



เรื่องรสอาหารที่นี่ก็มั่นใจได้เลยว่าไทยแท้ 100% ไม่มีความลูกครึ่งใดๆ ผสมเลยแม้แต่น้อย "คุณแม่ดู" แม่ครัวใหญ่ที่คลุกคลีกับการทำครัวไทยเป็นเวลานานกว่า 30 ปีและเป็นคนคุมสูตรอาหารไทยทั้งหมดของที่ Mariott Marquis แห่งนี้ เล่าให้เราฟังว่าคอนเซปท์ของเมนูโดยรวมๆ แล้วคือการยกเอาอาหารภาคกลางจากรุ่นคุณยายเมื่อ 40-50 ปีที่แล้วข้ามรุ่นมาให้คนสมัยนี้ได้ชิมกัน แต่ละจานเลยเต็มไปด้วยเครื่องสมุนไพรจัดจ้าน เปรี้ยวก็เปรี้ยวปรี๊ด เผ็ดก็แสบให้จริง หวานๆ เค็มๆ เคล้ากันไป พูดเลยว่าทุกรสชาติเรียลระดับ 16 มิติเลยล่ะ


เกริ่นมาซะยาวจนคนเขียนเริ่มจะหิวขึ้นมาละ เราขอพาทุกคนไปรู้จักกับจานแรกก่อนเลย เนื้อสะเต๊ะ (175 บาท) ความดีงามคือการเสิร์ฟบนเตาที่กำลังร้อนกรุ่น ควันฟุ้ง กลิ่นสาดมาชวนให้ท้องร้องหนักไปอีกหนึ่งระลอก ความพิเศษของสะเต๊ะที่นี่คือการหมัก 4 สเต็ป สเต็ปละ 15 นาที ต่างจากที่ๆ เราเคยเห็นคือการเทเครื่องหมักทุกอย่างรวมกันแล้วค่อยหมัก ทั้งซอส ทั้งเครื่องเทศ ทั้งกะทิ และปิดท้ายด้วยการฉาบนมข้นหวานเพื่อซีลรสชาติที่เข้มข้นไว้ในตัวเนื้อ ผลที่ได้คือเนื้อสะเต๊ะนุ่มๆ หอมเตะจมูก ผ่านไปไม่กี่นาที เกลี้ยง!


ยำส้มฉุนปลาสลิดฟู (185 บาท) เป็นอาหารที่หาทานได้ยากมากๆ แต่รับรองได้เลยว่าคนที่ชอบความเปรี้ยวของมะนาว ความแซ่บของพริกสวน และความกรอบของปลาสลิดจะต้องกดเลิฟรัวๆ ให้จานนี้ คุณแม่ดูบอกว่าจานนี้เป็นเมนูที่คุณยายของแม่เคยทำให้กินตั้งแต่เด็กๆ โตมากับจานนี้เลย แต่ลองปรับสูตรจากปลาดุกฟูมาใช้ปลาสลิดแทน


"ส้มฉุน" ในชื่อเมนูหมายถึงน้ำส้มซ่าที่เป็นส่วนประกอบหลักให้ความเปรี้ยว ตีให้เข้ากันกับน้ำมะขามเปียก บีบมะนาวเพิ่มความเปรี้ยวนิดๆ คลุกเคล้ากับมะม่วงขมิ้น ส้มโอ หมูหวาน และตบท้ายด้วยการโรยดอกไม้ (กินได้ด้วยนะ) มันแซ่บได้ใจมากเลย ขอบอก




ต่อกันด้วยความจัดจ้านด้วยจานโปรดของเราจานนี้ ข้าวยำปักษ์ใต้ เวอร์ชั่นพิเศษของ Siam Tea Room อัดแน่นไปด้วยสมุนไพร ทั้งตะไคร้ กระถิน หอมเจียว ใบบัวบก โปรยด้วยดอกไม้อย่างดอกเข็มและดอกดาหลากับปลาทอดฟูๆ ด้านล่างเป็นข้าวอบอัญชัญและเส้นขนมจีน ทีเด็ดคือน้ำยำที่ผรุงจากน้ำบูดู (ซอสที่หมักจากปลาเล็กปลาน้อย) รสชาติหอมเข้มข้นสุดๆ พอคลุกให้เข้ากันแล้วเติมรสชาติด้วยน้ำมะนาวบีบสดๆ สักหนึ่งลูก มันฟินมากกกกก




กุ้งแม่น้ำเผาราดแกงปู (490 บาท) จานนี้ติดทำเนียบ Chef Reccomends เลย กุ้งแม่น้ำตัวเป้งๆ เผาจนมันกุ้งกลายเป็นสีส้มเยิ้มๆ เพิ่มความกลมกล่อมและความนัวด้วยแกงปูใบชะพลูตำรับใต้แท้ๆ หอมทั้งเครื่องแกงที่โขลกแบบโฮมเมดและกะทิคั้นสดๆ  เนื้อปูก็ใส่มาให้แบบไม่กั๊ก คอซีฟู้ดต้องห้ามพลาดจานนี้


อิ่มแปล้จากของคาวแล้ว ขอเปลี่ยนโหมดมาชิมของหวานกันบ้าง มี 2 เมนูที่ห้ามพลาดเลย ประมาณว่าใครมาถึง Siam Tea Room แล้วไม่ได้สั่ง 2 จานนี้ ถือว่าพลาด

ขนมปังปิ้งสังขยาใบเตย (180 บาท) จานนี้คือที่สุดของขนมปังปิ้งสังขยาเท่าที่เราเคยชิมมาเลย ตัวขนมปังเป็นแป้งวอลนัทบริโอเช่แบบนุ่ม ปิ้งจนด้านนอกกรอบได้ที่ ราดด้วยสังขยาใบเตยอุ่นๆ หอมกลิ่นกะทิฟุ้งๆ เบาๆ และเพิ่มความดีงามด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนขูดโปะไว้ด้านบน ใครที่กำลังไดเอทห้ามแอบเหล่จานนี้แบบเด็ดขาด เพราะเธอจะอดใจไม่ชิมไม่ได้!


พานาคอตต้าชาไทย (150 บาท) ทั้งนุ่ม ทั้งเด้ง เข้มข้นด้วยรสชาไทยกับเท็กซ์เจอร์ที่ชิมแล้วต้องติดใจ โรยด้วยครัมเบิลถั่วหิมพานต์เคี้ยวกรุบๆ และตัดเลี่ยนด้วยซอสเสาวรส



มาชิมความอร่อยแบบไทยแท้ๆ ไทยเพียวๆ ได้ที่ Siam Tea Room ชั้นล่างของโรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park ซอยสุขุมวิท 22 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 07.00-23.00 น. เรามั่นใจเลยว่านี่คือรสชาติอาหารไทยที่ทุกคนกำลังคิดถึงอยู่ : )

–Travelerspulse


ONE LOVELY DAY IN HUAHIN

Next Project

See More