ROSSINI's

[n.] most authentic Italian cuisine at heart of bangkok

ช่วงไหนที่ติดภารกิจอยู่ในกรุงเทพนานๆ แบบที่ว่าวันหยุดก็ต้องแบกงานกลับมาทำ ส่วนวันลาที่เล็งจะไปเที่ยวก็ดันติดนัดหมายอื่นๆ ก็จะเป็นช่วงเวลาที่เราอยากเติมเอเนอร์จี้ให้กับตัวเองด้วยอาหารดีๆ ประมาณว่าเที่ยวไม่ได้ก็ต้องขอละเมียดเอาอาหารอร่อยๆ เข้าท้องซักนิด และจะยิ่งดีมากๆ ถ้าอาหารจานนั้นสามารถพาเราออกจากความจำเจเดิมๆ ได้ สามารถทำให้เรามโนไปถึงชอตที่กำลังไปเที่ยวประเทศนั้นๆ อยู่ และได้ไปชิมอาหารตำรับแท้ๆ จากร้านเจ้าถิ่น เป็น getaway เล็กๆ ที่ไม่ต้องเดินทางไปไกล

อาจจะฟังดูเป็นไอเดียฟุ้งๆ ลอยๆ แต่ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นกับเราจริงๆ ตอนที่ได้ไปชิมอาหารที่ Rossini's ห้องอาหารอิตาเลียนสุดคลาสสิคประจำโรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit ตรงแยกอโศกใจกลางสุขุมวิทใกล้ๆ นี่เอง เมนูต่างๆ ที่ถูกรังสรรค์จากเชฟชาวอิตาเลียนแท้ๆ ไวน์ลิสต์จากทั่วโลก และบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงหมู่บ้านเล็กๆ ในทัสคานี จะจูงมือคุณแฟนมาดินเนอร์แบบโรแมนติกหรือจะชวนเพื่อนๆ มานั่งเม้าธ์ไป ชิมอาหารอร่อยๆ ไปตอนกลางวันก็เริ่ด




ตัวร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ของโรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit เดินมาถึงหน้าร้านจะเห็นกันสาดผ้าปักชื่อร้านบอกไว้เลยว่าเรามาถึงที่หมายกันแล้ว

บรรยากาศการตกแต่งของร้านเป็นในสไตล์ของทัสกันวิลล่า ในความหรูหราก็ยังมีดีเทลน่ารักๆ ซ่อนเอาไว้อยู่อย่างถาดใส่ผลไม้ พุ่มดอกไม้เล็กๆ ที่วางไว้บนโต๊ะและมีภาพวิวของอิตาลีประดับเพิ่มความอินในบรรยากาศด้วย






มาพูดถึงตัวเมนูอาหารกันบ้าง ที่นี่ได้เฮดเชฟมาจากอิตาลีเลย ซึ่งเชฟเกตาโน่ พาลุมโบ้ ผู้ดูแลเรื่องเมนูทั้งหมดคนนี้มาจากเมืองสชักกา เมืองริมทะลที่ผสมผสานวัฒนธรรมของเกาะซิซิลีในอิตาลีเอาไว้ด้วย อาหารที่ Rossini's เลยมีกลิ่นอายค่อนไปทางเมดิเตอร์เรเนียนหน่อยๆ มีทั้งเมนูซีฟู้ด เนื้อสัตว์ และมังสวิรัติ




เริ่มต้นด้วยขนมปังอบร้อนๆ ที่เสิร์ฟเป็นอย่างแรก ซึ่งความพิเศษของขนมปังที่นี่คือเสิร์ฟมาเป็นแถว 4 ก้อน 4 สี แต่ละก้อนมีส่วนผสมที่ต่างกันไป ทั้งโหระพา มะกอก กระเทียมและมะเขือเทศ จิ้มทานพร้อมกับเนื้อมะเขือเทศบด, ซอส eggplant หรือเวอร์จิ้น โอลีฟ ออยล์ก็อร่อย

อีกจานคือของเรียกน้ำย่อยเล็กๆ ประจำวัน เมนูในส่วนนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามใจเชฟ ซึ่งในวันที่เราไปชิมเป็นมะเขือกับปาร์เมซานชีส เป็นเมนูที่มีจุดกำเนิดมาจากเมืองปาร์มาในอิตาลี




Culatello di Zibello Ham with White Asparagus and Morel Mushroom

สตาร์เตอร์จานแรกท่ีเน้นการมิกซ์แอนด์แมทช์เท็กซ์เจอร์และรสชาติของวัตถุดิบ แฮมจากเมืองพาร์มากับหน่อไม้ฝรั่งสีขาวและเห็ดมอเรลคือความเข้ากันขั้นสุดที่ผสมความนุ่มนวลของเนื้อแฮม ความกรุบของหน่อไม้และความหอมของเห็ดมอเรล เห็ดป่าหายากที่มีมูลค่าไม่แพ้ทรัฟเฟิลเลย รองด้วยน้ำซอสเค็มๆ สูตรพิเศษ จานนี้เรียกน้ำย่อยได้ดีเริ่ด




Rosemary Smoked Salmon with Parmesan Cream, Sweet Pickled Baby Onions and Onion Powder

อีกจานเรียกน้ำย่อยที่มีวิธีการเสิร์ฟที่อลังการมากๆ ก่อนยกมาถึงที่โต๊ะทางครัวจะต่อท่ออัดควันที่เกิดจากการย่างออริกาโน่และโรสแมรี่เข้าไป ควันจะถูกครอบไว้ในฝาแก้วเพื่อรักษาความหอมนั้นและพอมาถึงโต๊ะพี่พนักงานจะยกออก ให้เอฟเฟคท์เหมือนดรายด์ไอซ์ ยิ่งใหญ่มากๆ

สิ่งที่อยู่ในจานก็คือแซลมอนรมควันซึ่งที่นี่มีเทคนิคพิเศษในการปรุงเนื้อปลาให้รักษาความชุ่มชื้นเอาไว้ได้อยู่ เท็กซ์เจอร์ของตัวปลาเลยเหมือนซาชิมินุ่มๆ ฉ่ำๆ ที่หอมกลิ่นควัน องค์ประกอบอีกอย่างบนจานที่เอาไว้ทานคู่กันก็คือปาร์เมซานโฟมที่บีบผ่านไนโตรเจน รสชาติที่ได้เลยเป็นคล้ายๆ ไอศครีม อร่อยเข้ากันมากๆ





Risotto Made with Prized Carnaroli Ricem Parmigiano Reggiano and Seasonal Mushrooms

ริซอตโต้เห็ดที่มีทีเด็ดอยู่ตรงที่ 1) ใช้เห็ดพอร์ชินีซึ่งเป็นเห็ดป่าชนิดหายากนำมาตากแห้งแล้วปั่นเป็นผงใส่ลงไปในข้าว เพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมมากยิ่งขึ้น และ 2) ตอนเสิร์ฟ แทนที่จะคลุกในหม้อ ที่นี่ใช้การเทข้าวร้อนๆ ลงไปคลุกเคล้ากับปาร์เมซานชีสในก้อนชีสก้อนโตเลย ผลลัพธ์ก็คือความนวล ความละมุนละไมที่เข้าเนื้อแบบสุดๆ คอนเฟิร์มเลยว่าริซอตโต้ที่นี่เด็ดที่สุดเท่าที่เคยชิมมาจากหลายๆ ที่แล้ว!



พาสต้าเนื้อปูที่ใช้เส้นปาเชรี่ตามแบบฉบับคนอิตาเลียนแท้ๆ ช่วยตัดเลี่ยนด้วยซอสมะเขือเทศและมีเครื่องเทศโปรยเพิ่มความหอม เป็นหนึ่งในจานที่ต้องลองมาชิม






เนื้อแกะส่วนซี่โครงที่เลาะกระดูกออก หมักด้วยสมุนไพร น้ำมัน กระเทียม และพริกไทยไว้ในถุงสุญญากาศ ใช้วิธี Sous Vide ในการปรุงเนื้อ คุมอุณหภูมิให้อยู่ที่ 58 องศาเซลเซียสเพื่อคงสภาพความเป็นมีเดียม และก่อนเสิร์ฟนำมาจี่บนกระทะร้อนแป๊บเดียว เลยทำให้ได้เนื้อที่นุ่มลิ้นมากๆ เสิร์ฟพร้อมกับถั่วแคนเนลลินี่บดและแฮมปันเซตต้า

 



FILETTO DI VITELLO ALLA "ROSSINI"

จานนี้สำหรับมีทเลิฟเวอร์ เป็นเนื้อลูกวัวที่อายุไม่ถึง 6 เดือน เนื้อจะยังนุ่มสุดๆ เพราะเป็นลูกวัวที่ยังไม่หย่านม และไม่มีกลิ่นสาบของเนื้อด้วย เติมความฟินด้วยฟัวกราส์ชิ้นใหญ่ที่โปะด้านบนและทรัฟเฟิลตามสูตรต้นตำรับของเมนู Rossini ส่วนผงขาวๆ ที่โรยอยู่บนจานตอนเสิร์ฟก็คือ Modified Starch คุณสมบัติคือเอาไว้ดูดซับน้ำมันทรัฟเฟิล เวลาทานก็แตะตัวแป้งเพิ่มเข้าไปด้วย ช่วยเพิ่มความหอมเข้าไปอีกขั้น




hazelnut soufflé with Gianduia sauce

ตบท้ายด้วยของหวานที่ทำเราฟินเอาซะมากๆ ซูเฟล่ช็อกโกแลตเฮเซลนัทเนื้อฟูๆ นุ่มๆ รสชาติเหมือนเฟอเรโร่รอชเชอร์ วิธีกินก็คือให้เจาะรูตัวซูเฟล่แล้วเทซอสช็อกโกแลตอุ่นลงไปตรงกลาง ตักทานทีละคำแบบไม่ทันได้รู้ตัว แป๊บๆ หมดถ้วยซะแล้ว



ชิมความอร่อยทั้งหมดได้ที่ Rossini's ชั้น 1 โรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit รายละเอียดเพิ่มเติมเช็คได้ที่ www.rossinisbangkok.com และสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ 02- 649-8364

–Travelerspulse


SIEM REAP | LIKE NEVER BEFORE

Next Project

See More