Kota Tua

ย่านเมืองเก่าที่ฉาบไปด้วยเสน่ห์ ณ จาการ์ตา

"จาการ์ตา เป็นยังไงบ้างวะแก"

เราถามเพื่อนที่เคยไปมาเมื่อปีก่อน ส่วนเหตุชักจูงที่ทำให้นางเลือกเมืองนี้เป็นจุดหมายปลายทางก็คือเฟสติวัล เทศกาลดนตรีขนาดใหญ่ที่ทั้งถูกและขนศิลปินดีๆ มาให้ดูเยอะ เหมือนกับเราในปีนี้ไม่ผิดเพี้ยนที่มีแค่ WE THE FEST เป็นแม่เหล็กทำให้เราอยากไปที่นี่

"ร้อน รถติด สกปรก คนก็ไม่ค่อยดี" สี่คำง่ายๆ ที่ทำให้เราลังเลใจสุดๆ ว่าจะไปดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ต้องแพ้ใจไลน์อัพศิลปิน ตัดสินใจกดบัตรพร้อมตั๋วเครื่องบินและที่พักไป หลังทำใจไปแล้วสักพักว่ายังไงก็คงต้องเป็นเมืองนี้สักครั้ง ลองลุยกันสักตั้งก็ได้วะ

โมเมนต์แรกๆ ในจาการ์ตาไม่ได้มีอะไรพิเศษสำหรับเรา จะเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง เจอแท็กซี่ป้ายดำปิดมิเตอร์ใส่ รถติด บนถนนวุ่นวาย ทุกอย่างเหมือนกรุงเทพที่ทวีคูณความรุงรังเข้าไป ความสนุกอยู่แค่ในพื้นที่ของเฟสติวัล เสมือนเข้าไปในดิสนีย์แลนด์ พอออกมาเจอโลกแห่งความจริงที่มีคนขายไข่ปิ้งกับแก๊งวัยรุ่นที่นั่งปูเสื่อจกข้าวกันอยู่ด้านนอก จาการ์ตาก็ไม่ค่อยต่างอะไรจากคำบอกเล่าที่ได้ยินมา ถึงจะเปิดใจแล้ว แต่ที่นี่ก็ยังไม่ได้ถูกโฉลกกับเราซะทีเดียว

แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่พลิกทุกมุมมองของเราให้ติดกับเสน่ห์ของเมืองนี้และลบทุกภาพจำก่อนหน้าทั้งหมดออกไปได้แบบเกือบจะหมดจดเลยก็คือที่นี่ เป็นย่านที่เพื่อนอีกคนแนะนำให้ลองไปดู แลกกับความที่รถติดหน่อยๆ แต่ก็คุ้มค่ากับความสวยดี ข้อมูลที่เรารู้ก่อนจะเดินทางฝ่าการจราจรไปก็คือว่าเป็นย่านเก่า มีคาเฟ่ แค่นี้เลย ก็ตัดสินใจไปดูด้วยตัวเอง ไปแบบหัวโล่งและไม่พกความคาดหวังใดๆ ติดตัวไปด้วย ผลปรากฏก็คือติดกับจาการ์ตา ที่นี่ก็ไม่ได้แย่อะไรซะหน่อย...




Kota Tua หรือแปลได้ว่า Old Town คือชื่อของย่านนี้ซึ่งที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางความเจริญของประเทศและเป็นที่ตั้งของ Dutch East India Company ในสมัยศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นยุคที่อินโดนีเซียถูกปกครองโดยชาวดัตช์ สถาปัตยกรรม ตัวอาคารต่างๆ ก็ยังคงถูกรักษาไว้แบบเดิม ทั้งหมดถูกสร้างในสไตล์ดัตช์ ส่งกลิ่นอายยุโรปแบบเข้มๆ พอมาตัดกับภาพของสาวๆ ในชุดฮิญาบหลากสีที่เดินผ่านไปผ่านมา ก็ดูเป็นอีกหนึ่งซีนที่แปลกตาแต่กลมกลืนดี




STREET SHOW

นอกจากกลุ่มคนที่นั่งพักอยู่ตามขอบริมทางเท้า อีกอย่างที่จับจองพื้นที่บนถนนช่วงต้นของ Kota Tua ก็คือนักแสดงสตรีทโชว์ทั้งหลาย มีทั้งมนุษย์ทองคำ มนุษยลอยได้ มนุษย์หุ่นยนต์ แถมแผงขายของและร้านเพ้นท์เฮนน่าแบบแบกะดินมาด้วย บรรยากาศรายทางดูมีชีวิตชีวาเอาซะมากๆ




COFFEE CULTURE

อย่างหนึ่งที่หาได้ตามรายทางในย่านเมืองเก่าแห่งนี้ก็คือร้านกาแฟซึ่งเป็นคล้ายๆ กับของดีประจำอินโดนีเซีย ภายในตึกหน้าตาวินเทจทั้งหลายถูกดัดแปลงให้เป็นคาเฟ่แต่งสไตล์โมเดิร์นบ้าง บางเจ้าก็ยังคงความเป็นเรโทรอยู่ แต่ที่ไม่มีเจ้าไหนยอมเจ้าไหนเลยคือกลิ่นหอมของกาแฟที่ส่งกรุ่นออกมาและสีสันจัดจ้านที่หุ้มตัวร้านอยู่ เป็นซีนหนึ่งที่ถ่ายรูปได้สนุกมากๆ




ACARAKI

เดินไปเดินมาจนรู้สึกว่าจะต้องเลือกปักหลักชิมกาแฟกันสักที่ เราก็เลือกที่นี่ ซึ่ง Acaraki ไม่ใช่คาเฟ่ที่ขายกาแฟธรรมดาๆ ทั่วไป ต้องพูดว่าที่นี่ไม่ขายกาแฟเลยมากกว่าถึงจะถูกต้อง แต่สิ่งที่เป็นซิกเนเจอร์ดริงก์ก็คือ Jamu




Jamu หรือยาสมุนไพรแบบตำรับแท้ๆ ของอินโดที่มีประวัติศาสตร์มากกว่า 1,300 ปี คือการจับเอารากไม้ ขมิ้น ขิง และน้ำผึ้งมาต้มรวมกัน กรองใส่กาแล้วดื่มร้อนๆ สรรพคุณก็มีมากมายตั้งแต่ช่วยเรื่องเลือดลม ระบบย่อยอาหาร เพิ่มภูมิคุ้มกัน แต่รสชาติก็ยาดีๆ นี่เอง ลองไปชิมกันได้ที่ Acaraki (https://goo.gl/maps/zwmgtg9JNrR2)



Café Batavia

ถึงเวลาอาหารกลางวันตอนที่เราเดินมาถึงหน้าร้านอาหารแห่งนี้พอดีเป๊ะ ที่นี่คือ Café Batavia เป็นเสมือนหนึ่งในตำนานของย่าน ถ้าให้เทียบกับบ้านเราก็คงเหมือนร้านศรแดงที่อยู่คู่ถนนราชดำเนินมาเนิ่นนาน ประวัติศาสตร์ของ Café Batavia คือตัวอาคารเคยถูกใช้เป็นออฟฟิศส่วนบริหารของ VOC รัฐบาลดัตช์ตั้งแต่ปีค.ศ. 1805 ถูกเปลี่ยนให้เป็นแกเลอรี่โชว์ผลงานศิลปะหลังจากนั้นประมาณเกือบๆ 200 ปี และในค.ศ. 1991 ก็แปลงร่างเป็นร้านอาหารเหมือนในตอนนี้




การตกแต่งด้านในร้านทำให้เรานึกย้อนกลับไปถึงบราซเซอรี่ในยุโรป เฟอร์นิเจอร์แนววินเทจกับชั้นล่างของร้านที่เป็นเหมือนผับ มีวงดนตรีสดบรรเลง เพดานสูงและโถงบันไดไม้นำไปสู่ชั้น 2 ซึ่งเป็นส่วนที่นั่งทานอาหารแบบเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น ส่วนแขกที่มาใช้บริการคาเฟ่แห่งนี้ก็มีทั้งคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติ เป็นอีกหนึ่ง mixing pot ใบใหญ่ที่เราได้เห็นความหลากหลายของวัฒนธรรมรวมกันอยู่ในที่เดียว



เมนูอาหารก็มีให้เลือกตั้งแต่อาหารท้องถิ่นจานดาวเด่นอย่าง Nasi Goreng ข้าวผัดอินโดนีเซีย, Mie Goreng ผัดหมี่สไตล์ท้องถิ่น หรือสะเต๊ะรสเข้มๆ ไล่ไปจนถึงอาหารฝรั่ง all-day breakfast และเครื่องดื่มทั้งพวกซอฟท์ดริงก์ น้ำผลไม้ หรือพวกค็อกเทล



อิ่มท้องแล้วก็เดินออกมาตากบรรยากาศที่ฉาบไปด้วยแสงอุ่นๆ ของพระอาทิตย์ยามโพล้เพล้ จริงๆ แล้วจาการ์ตาก็ไม่ได้แย่อย่างที่ถูกพูดเอาไว้ซะหน่อย คิดอีกทีทริปนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เราเลือกลุย เดินทางเพื่อไปเห็นและสัมผัสด้วยตัวเองจริงๆ ผลักประโยคที่ว่า "เค้าบอกกันว่า" อย่างนู้นอย่างนี้และความคิดอคติริเริ่มออกไปก่อน ความจริงที่สวยงามอาจจะรอให้เราค้นพบอยู่เบื้องหน้าก็ได้ : )




–Mint Travelerspulse


WESTERN EUROPE PART THREE : THE NETHERLANDS

Next Project

See More