#travelerspulsestay

BANGKOK STAYCATION
Do it like gatsby
Hotel Muse Bangkok

วันหยุดเสาร์อาทิตย์สั้นๆ ในกรุงเทพมหานคร กิจกรรมชาวกรุงอย่างเราคงหนีไม่พ้นเข้าห้างดูหนังหรือไม่ก็เข้าห้างไปชอปปิ้ง แต่จะดีแค่ไหนถ้าเราลองเปลี่ยนบรรยากาศกันมาสักนิด เปลี่ยนที่นอนสักคืน แอบหนีความรกของห้องนอนตัวเองแล้วไปนอนแผ่บนเตียงนุ่มๆ โอบล้อมด้วยบรรยากาศดีๆ แล้วชิมอาหารแบบ Fine Cuisine ปลอบใจร่างกายที่ทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์...

นี่แหละคือสิ่งที่เราได้ทำเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่นานมานี้ Staycation แบบ 2 วัน 1 คืน ในโรงแรมสุดฮิปและอาร์ทมากๆ บนถนนหลังสวนใจกลางย่านวิทยุ มารู้ตัวอีกที Hotel Muse Bangkok ก็กลายเป็นสถานที่โปรดในกรุงเทพของเราอีกแห่งนึงไปซะละ




Having a weekend off in Bangkok, an undeniable activities for big city girls and boys like us is either to hit the mall for cinema or hit the mall to shop. Hey! but what if there is a better option for these upcoming day offs, would you rather go for it?

Let's say a 'staycation' where you can escape from your messy bedroom for one night and indulge yourself in artsy environment, tasting plates after plates of fine cuisine, giving yourself a big reward after one full week of hard work. What is there to say no!

Well if you're down for it, let me introduce you to this loveliest Bangkok hideaway that will bring you back through time in the heart of Witthayu area, Lungsuan road. Hotel Muse Bangkok! Give it only one go, and I'm sure you will definitely fall deeply in love with this place.



– THE STAY –
ห้องพัก




ความเก๋ของที่นี่เริ่มต้นตั้งแต่ชื่อของห้องพักแต่ละห้องที่ถูกตั้งตามชื่อของแต่ละชั้นของสวรรค์ที่เขียนเอาไว้ในไตรภูมิพระร่วงอย่าง Jatu Deluxe (จตุ ดีลักซ์), Dowadueng Corner Deluxe (ดาวดึงส์ คอร์เนอร์ ดีลักซ์), Yama Executive (ยามา เอ็กเซ็กคิวทีฟ) ไล่ไปจนถึงชั้นปรนิมกับห้องพักประเภทเพนท์เฮ้าส์ใหญ่ประมาณ 10 คนกลิ้ง ทั้งการใช้พื้นที่บวกกับดีเทลการตกแต่งที่ผสมผสานความเป็นตะวันตกของศิลปะฝั่งยุโรปกับกลิ่นอายแบบไทยๆ จากสมัยรัชกาลที่ 5 ได้แบบลงตัว ทำให้แต่ละห้องใน Hotel Muse คือสวรรค์ชั้น 7 ดีๆ นี่แหละ!

The room here is literally a paradiso. The name of each room type is given after different levels of heaven mentioned in Traibhumi Phra Ruang, an iconic Thai literature dated back to the 14th century. Starting from the first layer called Jatu, there is Jatu deluxe, following by Dowadueng Corner Deluxe, Yama excutive, and up until the most ultimate rank, Paranim Pent House. Incorporating the wise use of spacious area and careful picks of decoration of the East-meets-West style, the stay here is nothing far from laying your back in real paradise!




Dowadueng Corner Deluxe
ดาวดึงส์ คอร์เนอร์ ดีลักซ์

และนี่คือห้องที่เราจะได้กลิ้งตัวหลุนๆ ไปมาประจำคืนนี้ "ดาวดึงส์ คอร์เนอร์ ดีลักซ์" ห้องขนาด 39 ตารางเมตรติดมุมตึกมาพร้อมวิวของกรุงเทพผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เตียงขนาดคิงไซส์แสนนุ่มสบาย ห้องน้ำแบ่งออกเป็นส่วนชาวเวอร์และอ่างอาบน้ำติดกระจกใส สามารถบังคับม่านเปิด-ปิดชมวิวด้านนอกได้ และที่เราชอบสุดๆ ก็คืออ่างล้างหน้าเซรามิคเพ้นท์ลายสุดคลาสสิกนี่แหละ ให้อารมณ์ย้อนยุคแบบไทยๆ แต่โดยรวมเหมือนแมนชั่นในปารีส เป็นการมิกซ์แอนด์แมทช์ที่ลงตัวมากๆ

Our bedroom of the night, Dowadueng Corner Deluxe! A 39 squared-meter room at the corner of the building which allows us to oversee an energetic scene of the city through the huge sheet of glass window. In the middle of the room, stood a fluffy king-sized bed. To the left is the bathroom with great space. Dipping yourself in the tub, you can also enjoy the view by tapping on the remote control moving the curtain up, and what we love the most is the vintage hand-painted ceramic basin–a touch of Thai in overall European vibes is definitely a perfect match!




– The Dining –
มื้ออาหาร





Le Salon
ห้องน้ำชา

 

วอร์มอัพยามบ่ายก่อนจะไปชิมอาหารมื้อหนักที่ห้องน้ำชาแห่งนี้ Le Salon กับเมนูของว่างทานจุบจิบและเซตอาฟเตอร์นูนทีไว้ให้จิบสวยๆ กับแก๊งเพื่อนสาว การตกแต่งของที่นี่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องนั่งเล่นในเรือไททานิค โซฟาหนัง โต๊ะปูด้วยผ้ากำมะหยี่ เชิงเทียน แซมด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่สื่อถึงการเป็นนักเดินทาง เตรียมค้นหาสิ่งใหม่ๆ อย่างกล้องส่องทางไกล กระเป๋าหนังใส่เสื้อผ้า และกรอบรูปใส่ภาพวาดความทรงจำจากสถานที่ต่างๆ มองรายละเอียดการตกแต่งน่ารักๆ ไประหว่างที่ค่อยๆ ละเมียดแซนด์วิชแฮมชีสย่างไป ก็มโนว่าตัวเองเป็นโรส รูบี้กำลังนั่งจิบน้ำชาสวยๆ รอแจ๊คมาชวนไปงานเต้นรำซะอย่างนั้น

A light warm up before a bigger meal of the night starts here–Le Salon, tea room and lounge. Small snacks and afternoon tea set are served here. Decoration wise, this place is inspired by the living room scene from Titanic. Leather couch, velvety sheet of fabric covering a long table, candle stands with a little add of vintage travel essentials, this place is so much filled with eye candies for design lovers.






Babette's the Steakhouse
สเต็กเฮ้าส์

 

สเต็กเฮ้าส์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความพรีเมียมและคุณภาพดีเริ่ดที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพก็คือ Babette's Steakhouse ประจำ Hotel Muse นี่แหละ เนื้อฉ่ำๆ อิมพอร์ตจากแหล่งที่อร่อยที่สุดของโลกกับบรรยากาศที่พาเราย้อนเวลากลับไปในช่วงปี 1920 ที่ชิคาโก เรฟเฟอเรนซ์ก็ประมาณในหนังเรื่อง Boardwalk Empire มีความแกรนด์ๆ แกลมๆ ของ Art Deco ผสมกับความดาร์คและขบถหน่อยๆ ของวัฒนธรรมมาเฟียในสมัยนั้น

The best steakhouse in the city of Bangkok can be nowhere else but here, Babette's Steakhouse! You can enjoy a large collection of beef and other fresh meats from the most prominent farms around the world, along with the backdrop of starlit cityscape and the vibes that would bring the 1920's Chicago back alive.




#travelerspulseyum pick : 170-Day Grain fed Australian Wagyu

นอกจากเมนู Pan-Seared Snow Fish Served on Risotto ปลาหิมะจี่บนกระทะ เสิร์ฟพร้อมริซอตโต้สุดนุ่มละมุนแล้ว จานที่เราถูกใจสุดๆ ถึงขั้นยกให้เป็นอันดับหนึ่งของที่นี่เลยก็คือสเต็กมาสเตอร์พีซชิ้นนี้ 170-day Grain Fed Australian Wagyu เนื้อวากิว 100% แท้ๆ จากออสเตรเลียชิ้นโตที่ถูกนำไปย่างจนกึ่งสุกกึ่งดิบ ระดับ Medium Rare กำลังดี ความหนานุ่มของชิ้นสเต็กมาจากวิธีการเลี้ยงวัวด้วยธัญพืชในทุ่งเปิดเป็นเวลา 170 วัน แค่ชิมเดี่ยวๆ โดยไม่ต้องจิ้มซอสอะไรก็ว่าอร่อยแล้ว แต่พอได้ชิมกับเครื่องเคียงอย่างกระเทียมและมะเขือเทศย่าง มันฝรั่งผัดเนย หรือจะเป็นเกลือสามชนิด ซีเลคชั่นพิเศษของที่นี่ตามไปด้วย ก็ช่วยดันรสชาติของตัวเนื้อให้สุดมากยิ่งขึ้น แต่ที่สำคัญคือนุ่มละมุนละไมอย่าบอกใคร!

Our favorite menu? Other than the Pan-Seared Snow Fish Served on Risotto, this 170-day Grain Fed Australian Wagyu wins the first place on the rank. A generously big piece of beef imported from New South Wales being half-done grilled served with sautéed potato, grilled garlic and tomatoes, and 3 kinds of salt selection is the best you can ask for. Its super soft texture is heavenly!





Medici
ห้องอาหารอิตาเลียน

ความรู้สึกแรกที่เดินเข้ามาใน Medici คือ "นี่เราหลงมาในห้องเก็บไวน์ของเศรษฐีที่ไหนกันเนี่ย" รอบๆ เต็มไปด้วยถังหมักไวน์ที่เรียงอยู่บนราวเหล็ก มีความลอฟท์ผสมกับยุค Industrial ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตระกูล Medici ตามชื่อร้านเลย ซึ่งเป็นครอบครัวผู้ทรงอิทธิพลในอิตาลีจากช่วงปี 1920 ผสมความดิบนิดๆ กับความแกรนด์ได้แบบไม่ได้รู้สึกยัดเยียด

The first time walking into Medici is like invading some billionaires' wine cellar. The restaurant itself is named after an influential Italian family back in the 1920s. The decoration is, hence, a perfect mix between raw industrial design and the use of luxurious furniture. Real vintage Italiano vibes!




Special event : nightly live opera and "flavortale" theatrical show every Wednesday (runs until 27th September 2017)

 



#travelerspulseyum pick : Tournedos Rossini

อาหารส่วนใหญ่ที่เสิร์ฟที่ห้องอาหาร Medici คือเมนูสุดออริจินัลสไตล์ทัสคานีแบบทั้งหมด ทั้งจานเรียกน้ำย่อยอย่าง Buffalo Mozzarella with Parma Ham มอสซาเรลล่าสดเสิร์ฟคู่กับมะเขือเทศสไลซ์บางๆ และพาร์มาแฮม หรือพวกเมนคอร์สทั้งหลาย ทุกอย่างถูกรังสรรค์โดยเชฟประจำโรงแรมที่อิมพอร์ตมาจากอิตาลีโดยตรง แต่ถ้าให้พูดถึงจานที่ชนะใจเราคงหนีไม่พ้นจานนี้ Tournedos Rossini ที่ผสมความนุ่มของเนื้อวัวชิ้นหนากับฟัวกราส์ย่างจนหอมกรุ่นได้ที่ กินพร้อมกันเมื่อไหร่ได้สัมผัสถึงความฟินเมื่อนั้น!

A chance to taste an authentic Tuscan cuisine without having to fly off the country. Medici keeps the promise of Italian's genuine flavor with the creations by its head chef from this boot-shaped island. Kicking off with an appetizer, Buffalo Mozzarella with Parma Ham never fails to keep up the crave. The gold medal goes to this menu: Tournedos Rossini which combines the smooth and soft texture of beef filet all together with a melt-in-your-mouth chubby piece of foei gras. Truly heaven.



#travelerspulseyum pick : Lobster Pasta

จานนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมาก Lobster Pasta ลอบสเตอร์ทั้งตัว เนื้อมาเข้มๆ เน้นๆ คลุกเคล้าเข้ากับซอสและเส้นพาสต้านุ่มๆ เป็นจานปิดท้ายมื้ออาหารที่ฟินาเล่ที่สุด

What you see in the picture says it all about this delicious Lobster Pasta. An abundance of lobster meat with a whole body being displayed on the plate is  mixed with special sauce, fine ingredients and pasta. Definitely a great option to end your dinner with.


– The Rooftop –
รูฟทอป




Speakeasy
บาร์

บนดาดฟ้าจะมีอะไรที่เหมาะไปกว่าการเป็นสถานที่นั่งตากลมเย็นๆ ชิลๆ แล้วจิบเครื่องดื่มไปในเวลาเดียวกันล่ะ ที่ Speakeasy บาร์บนชั้น 24 และ 25 ของ Hotel Muse นี้เลย บรรยากาศชวนเพลิดเพลินมากๆ ประทับใจตั้งแต่เดินออกมาจากลิฟท์แล้วเห็นพี่สต๊าฟใส่ชุดเดรสประดับฟรินจ์เหมือนในเรื่อง The Great Gatsby พอมองออกไปโซนเอาท์ดอร์ก็เห็นวิวของตึกที่กำลังสะท้อนแสงแดดอุ่นๆ ช่วงพระอาทิตย์ตกดิน ได้ชิมค็อกเทลอร่อยๆ สักแก้ว คงดีไม่ใช่น้อย

The best thing ever to put on any rooftop is nothing else but a bar. Wouldn't it be lovely to have a glass of tasty drink in your hand while enjoying beautiful scenery of the city? Here on the 24th and 25th floor of Hotel Muse is where you can complete the list. The greatest time to hang around is during sunset hours. Watching all those skyscrapers being glazed with warm sunlight while sipping on crafted cocktails is the best feeling ever!





เมนูค็อกเทลของที่นี่เต็มไปด้วยความครีเอทีฟแบบเต็มเปี่ยมและรสชาติก็เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำที่ไหนที่เราเคยไปชิมมาด้วย อย่างเมนู G & T จินโทนิคที่ผสมกลิ่นอายความเป็นไทยด้วยส่วนผสมของน้ำอัญชัญและว่านหางจระเข้ เพิ่มความสดชื่นอีกหน่อยด้วยแตงกวาและลิ้นจี่ หรืออีกแก้วที่เราว่าแปลกก็คือ Wasabi Martini ที่ผสมความหอมของจินที่หมักชาเขียวเอาไว้ น้ำเชื่อมดอกเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ และความเผ็ดซี้ดของวาซาบิ เสิร์ฟพร้อมแซลมอนซาชิมิเอาไว้ทานแกล้มกัน แปลกแต่อร่อยอยู่ล่ะ

เมนูอาหารก็มีให้เลือกแบบไม่กั๊ก ตั้งแต่เมนูไทยๆ อย่างส้มตำ ลาบ ยำ หรือหรูขึ้นมาหน่อยก็ พะแนงเนื้อเทนเดอร์ลอยน์ ไล่ไปจนถึงเมนูจากฝั่งตะวันตกอย่าง Mixed Tapas Platter แพลตเตอร์พร้อมของกินจุบกินจิบเล็กๆ Nachos พร้อมดิปเน้นเครื่อง และที่เราชอบมากๆ ก็คือ Speak Easy Lobster Clubs แซนด์วิชยัดไส้ลอบสเตอร์ อโวคาโด เบคอนรมควัน ผักร็อคเก็ต และเดรสซิ่งแบบโฮมเมด เข้มข้นและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน

Cocktails list is filled with great amount of creativity and the originality. The best ones we can name of are: G & T, a special recipe of gin tonic shaken with butterflypea, aloe vera juice, cucumber and fresh lychee juice. Wasabi Martini, mix of green tea infused gin and shaken with elderflower syrup, lime and wasabi, served with salmon sashimi for a tastier pairing, it is just one of a kind!

Food option is also plenty, ranging from Thai local bites like Somtam, spicy salad, or a more luxurious alternative like Panang Nuea (the homemade red curry with Australian beef tenderloin strips) to European and Oriental dishes. There are Mixed Tapas Platter with interesting small bites, Nachos with salsa sour cream dip and these thick layers of Speakeasy Lobster Clubs. Your belly will never groan while you're enjoying those beautiful drinks.



#travelerspulseyum pick : Bacon Old Fashioned

ถึงจะเจอกับความตื่นตาตื่นใจของเมนูเครื่องดื่มต่างๆ มาก่อนหน้า แต่พอค็อกเทลแก้วนี้มาแลนด์อยู่บนโต๊ะ เราก็ถึงกับต้องยอมใจในความไม่เหมือนใครของดริงค์ที่นี่จริงๆ มันคือ Old Fashioned ที่เสิร์ฟพร้อมโถแก้วครอบเอาไว้ ด้านในมีควันฟุ้งๆ รมเครื่องดื่มอยู่พร้อมกับทอปปิ้งที่เป็นเบคอนจริงๆ เป็นรสชาติที่แปลกแต่ก็ลืมไม่ได้ไปหลายวันเลย

Despite of the fascinating list of cocktails mentioned earlier, this menu takes down them all! Bacon Old Fashioned served in a smoke-filled glass container and topping with a solid piece of bacon. The taste is actually a legit old fashioned, but with the add of aroma and the crisp of bacon, this is so much new!



สัมผัสประสบการณ์อาร์ทๆ ชิลๆ ฟินๆ แบบนี้ด้วยตัวคุณเองได้ที่โรงแรม Hotel Muse Bangkok ขอบอกเลยว่าเป็นเวลา 2 วัน 1 คืนที่สบายตัวและสบายใจมากๆ อะไรจะดีไปกว่าการได้กินอาหารอร่อยๆ นอนบนเตียงนุ่มๆ ห่อตัวเองด้วยบรรยากาศดีๆ ล่ะเนอะ รายละเอียดเพิ่มเติมเช็คได้ที่ www.hotelmusebangkok.com หรือ www.facebook.com/hotelmusebkk

Get a first hand experience of being covered up in the rich culture of diversity at this Bangkok's leading boutique hotel. One friendly warning: you will not want to leave! For more detail, check out www.hotelmusebangkok.com or www.facebook.com/hotelmusebkk.


NAKA-MEGURO 12 THINGS TO DO AROUND THE STATION

Next Project

See More